botox

ฉีดโบท็อกลดกราม ช่วยอะไรบ้าง อันตรายไหม อยู่ได้นานไหม ใช้กี่ยูนิต ราคาเท่าไหร่

พญ.ฬิษา สุวรรณเกษการ

เขียน & ตรวจสอบโดย พญ.ฬิษา สุวรรณเกษการ (หมอลิซ่า)

ฉีดโบท็อกลดกราม ช่วยอะไรบ้าง อันตรายไหม อยู่ได้นานไหม ใช้กี่ยูนิต ราคาเท่าไหร่

โบท็อกกรามเป็นหัตถการที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจน ด้วยการลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณกรามให้เล็กลงเพื่อให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น โดยไม่ต้องพักฟื้น จึงเป็นวิธีที่แพทย์มักแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการหน้าเรียวแบบเห็นผลไว อย่างไรก็ตาม หลายคนยังสงสัยว่าโบท็อกในท้องตลาดมียี่ห้อไหนบ้างที่ผ่านมาตรฐาน อย. และปลอดภัย ควรเลือกยี่ห้อไหนดี ราคาเท่าไหร่ ฉีดแล้วอยู่ได้กี่เดือน และจะเช็กอย่างไรว่าเราเหมาะกับการฉีดโบท็อกลดกราม บทความนี้รวบรวมคำตอบไว้ให้ครบ

การฉีดโบท็อกลดกราม เหมาะกับใคร

การฉีดโบท็อกกราม ให้หน้าเรียวขึ้น

สารบัญบทความ

  1. โบท็อกกราม คืออะไร?
  2. โบท็อกกรามช่วยเรื่องไหนบ้าง?
  3. ใครเหมาะกับการฉีดโบท็อกลดกราม และวิธีเช็กตัวเอง
  4. นอกจากโบท็อกกราม มีวิธีไหนช่วยให้หน้าเรียวได้บ้าง
  5. โบท็อกกราม VS เมโสแฟต VS ร้อยไหม แบบไหนเห็นผลกว่ากัน?
  6. ฉีดโบท็อกลดกราม อันตรายไหม? มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
  7. อัปเดต 2026: การดื้อโบท็อกและ toxin รุ่นใหม่ที่ควรรู้
  8. การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกกราม
  9. การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกกราม เพื่อให้ผลอยู่นานขึ้น
  10. โบท็อกกราม ยี่ห้อไหนดี เช็กของแท้-ปลอมอย่างไร?
  11. ฉีดโบท็อกลดกราม ที่ไหนดี?
  12. ฉีดโบท็อกลดกราม ราคาเท่าไหร่?
  13. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกลดกราม
  14. รีวิว ฉีดโบท็อกลดกราม
  15. สรุป ฉีดแล้วดีไหม?

Key Takeaways

  • โบท็อกกรามช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อกราม (Masseter) ให้ใบหน้าเรียวเป็นวีเชป โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น
  • ได้ผลดีเฉพาะกรณีกรามใหญ่จาก "กล้ามเนื้อ" เท่านั้น ไม่ช่วยกรณีที่กรามใหญ่จากกระดูกหรือไขมัน
  • เริ่มเห็นผลใน 2 สัปดาห์ ชัดเจนเต็มที่ราว 2–3 เดือน และผลอยู่ได้ประมาณ 5–6 เดือนต่อการฉีด 1 ครั้ง
  • ปริมาณที่ใช้อยู่ที่ราว 20–30 ยูนิตต่อข้าง ควรให้แพทย์ประเมินก่อน และเว้นการฉีดซ้ำอย่างน้อย 3–4 เดือนเพื่อลดโอกาสดื้อยา
  • ผลลัพธ์และผลข้างเคียงอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงควรปรึกษาแพทย์ ใช้โบท็อกแท้ และฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัย

โบท็อกกราม คืออะไร?

โบท็อกกราม คือ การฉีดสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin type A) ซึ่งเป็นสารสกัดจากแบคทีเรียคลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium botulinum) เข้าที่กล้ามเนื้อบริเวณกราม (Masseter) เพื่อให้มัดกล้ามเนื้อทำงานลดลงชั่วคราวและมีขนาดเล็กลง ส่งผลให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น วิธีนี้ให้ผลดีในเคสที่มีกล้ามเนื้อบริเวณกรามใหญ่ และผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 5–6 เดือนต่อการฉีด 1 ครั้ง

โบท็อกกรามช่วยเรื่องไหนบ้าง?

Botox กรามช่วยเรื่องไหนบ้าง

การฉีดโบท็อกกรามช่วยลดขนาดกราม แก้ปัญหากรามใหญ่ ปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กและกระชับขึ้น สร้างกรอบหน้าวีไลน์ที่มีมิติชัดเจนขึ้น นอกจากด้านความสวยงามแล้ว ยังช่วยบรรเทาอาการนอนกัดฟัน (Bruxism) และอาการปวดกรามหรือข้อต่อขากรรไกร (TMJ) ได้ด้วย เพราะตัวยาจะทำให้กล้ามเนื้อกรามคลายตัวและทำงานน้อยลง

ใครเหมาะกับการฉีดโบท็อกลดกราม และวิธีเช็กตัวเอง

ฉีดโบท็อกลดกราม เหมาะกับรูปหน้าแบบไหน

การฉีดโบท็อกกรามทำงานได้ดีในเคสที่มีกล้ามเนื้อกรามเยอะ แต่อาจไม่ได้ผลในเคสที่กรามใหญ่จากกระดูก จึงเหมาะกับผู้ที่มีลักษณะดังนี้

  • มีกล้ามเนื้อบริเวณกรามเยอะ
  • ต้องการลดขนาดกรามลงอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ต้องการลดขนาดกรามแต่ไม่อยากผ่าตัดใหญ่
  • ต้องการเห็นผลเร็วโดยไม่ต้องพักฟื้น

ก่อนตัดสินใจฉีด ควรเข้าใจก่อนว่าสาเหตุกรามใหญ่เกิดจากอะไร เพราะกรามใหญ่เกิดได้จากสามส่วนประกอบกัน คือ กระดูก ไขมัน และกล้ามเนื้อ ซึ่งการฉีดโบท็อกจะได้ผลดีเฉพาะกับกรามที่ใหญ่จากกล้ามเนื้อเท่านั้น

ลักษณะใบหน้าที่ฉีดโบลดกรามได้ผล

วิธีเช็กเบื้องต้นทำได้ง่าย ๆ ด้วยการลองกัดฟันแล้วจับคลำบริเวณกราม โดยแบ่งได้เป็น 3 กรณี

วิธีเช็คว่าเราเหมาะกับการฉีดโบท็อกกรามไหม

  • หากรู้สึกว่ามีกล้ามเนื้อนูนแข็งชัดเจน แสดงว่ากรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ กรณีนี้ฉีดโบท็อกได้ผลดี
  • หากจับแล้วรู้สึกนิ่ม อาจเป็นเพราะมีไขมันที่แก้มเยอะ กรณีนี้เหมาะกับการฉีดเมโสแฟตหรือดูดไขมันมากกว่า
  • หากกล้ามเนื้อกรามมีลักษณะแข็งและดันออกเป็นแนวกระดูก กรณีนี้จะเหมาะกับการปรับรูปหน้าด้วยการผ่าตัดมากกว่า

หลังฉีดโบท็อกลดกล้ามเนื้อบริเวณกราม

ทั้งนี้ การฉีดโบท็อกกรามจะทำให้ใบหน้าเรียวลงอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากเท่าการผ่าตัดกราม แม้แต่ในเคสที่ตัดกรามมาแล้วแต่ยังเหลือกล้ามเนื้ออยู่ ก็ยังสามารถฉีดโบท็อกเพื่อให้กล้ามเนื้อที่เหลือเล็กลงได้เช่นกัน

นอกจากโบท็อกกราม มีวิธีไหนช่วยให้หน้าเรียวได้บ้าง

ฉีดโบท็อกลดกราม ให้หน้าเรียว

ปัจจุบันวิธีทำให้หน้าเรียวมีเทคโนโลยีด้านความงามที่ก้าวหน้าและปลอดภัยขึ้น จึงมีทางเลือกหลากหลายที่ใช้ร่วมกับโบท็อกกรามได้ ดังนี้

  1. เมโสแฟต ฉีดร่วมกับโบท็อกกรามได้ ช่วยสลายไขมันส่วนเกินบริเวณกรอบหน้า ทำให้กรอบหน้าเรียวลงชัดขึ้น
  2. โบท็อกลิฟต์หน้า เป็นเทคนิค Nefertiti Lift ช่วยให้ผิวบริเวณกรอบหน้าและกรามกระชับ ไม่หย่อนคล้อย
  3. ร้อยไหม เหมาะกับเคสผิวช่วงแก้มหย่อนคล้อย ทำร่วมกับโบท็อกกรามได้เพื่อให้หน้าเรียวกระชับขึ้น
  4. เลเซอร์ยกกระชับ เช่น HIFU, Sygmalift, Thermage และ Ulthera ซึ่งแต่ละเครื่องเหมาะกับลักษณะผิวต่างกัน แนะนำในเคสผิวหย่อนคล้อยมาก
  5. เติมฟิลเลอร์ เติมเต็มร่องลึกบนใบหน้าและเติมคาง ช่วยให้รูปหน้าดูเรียวขึ้น ทำควบคู่กับโบท็อกกรามได้
  6. ดูดไขมันหน้า เหมาะกับเคสไขมันมากที่ฉีดเมโสแฟตแล้วไม่ได้ผล เป็นการผ่าตัดที่ต้องดูแลโดยศัลยแพทย์และมีระยะพักฟื้น
  7. ผ่าตัดกระดูกกราม เหมาะกับเคสที่กรามใหญ่จากกระดูกซึ่งฉีดโบท็อกไม่ได้ผล ต้องทำโดยศัลยแพทย์และพักฟื้นอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์
  8. การฉีดไหมน้ำ เป็นการฉีดสารกลุ่ม PDO, PLLA, PCL และ PDLLA ในรูปแบบของเหลวเข้าชั้นผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวกระชับและรูปหน้าเข้ารูปขึ้น

โบท็อกกราม VS เมโสแฟต VS ร้อยไหม แบบไหนเห็นผลกว่ากัน?

แต่ละวิธีให้ผลลัพธ์หน้าเรียวได้เหมือนกัน แต่เหมาะกับลักษณะปัญหาที่ต่างกัน หลายเคสแพทย์จึงแนะนำให้ทำร่วมกันเพื่อแก้ปัญหากรอบหน้าให้ครบ

  • โบท็อก เหมาะกับเคสกล้ามเนื้อเยอะ สังเกตจากการกัดฟันแล้วกล้ามเนื้อกรามปูดออกมา
  • ฉีดเมโสแฟต เหมาะกับเคสที่มีไขมันส่วนเกินบริเวณกรอบหน้า ใต้คาง และเหนียง
  • ร้อยไหม เหมาะกับเคสผิวบริเวณแก้มหย่อนคล้อย ช่วยกระชับผิวร่วมกับการฉีดโบท็อกได้

ฉีดโบท็อกลดกราม อันตรายไหม? มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

การฉีดโบท็อกลดกรามจัดเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยเมื่อฉีดด้วยโบท็อกแท้และทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากโบท็อกมีฤทธิ์ชั่วคราวและร่างกายค่อย ๆ สลายไปได้เอง อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับหัตถการทางการแพทย์อื่น ๆ การฉีดโบท็อกอาจมีผลข้างเคียงได้ในบางราย เช่น อาการบวม แดง หรือช้ำบริเวณที่ฉีด รู้สึกตึงบริเวณกราม หรือในบางกรณีอาจมีอาการยิ้มไม่เท่ากันหรือปากเบี้ยวชั่วคราว ซึ่งอาการเหล่านี้มักค่อย ๆ หายไปได้เอง

นอกจากนี้ หากได้รับการฉีดด้วยสารที่ไม่ได้มาตรฐาน ของปลอม หรือโบท็อกหมดอายุ ก็อาจเสี่ยงต่อการดื้อยาและผลข้างเคียงที่รุนแรงขึ้นได้ ทั้งนี้ ผลลัพธ์และผลข้างเคียงจากการฉีดโบท็อกขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย ขนาดกล้ามเนื้อ และการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล จึงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน ก่อนตัดสินใจฉีดจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมและรับทราบความเสี่ยงอย่างครบถ้วน

อัปเดต 2026: การดื้อโบท็อกและ toxin รุ่นใหม่ที่ควรรู้

เรื่องที่หลายคนยังไม่รู้คือ การฉีดโบท็อกซ้ำ ๆ ในบางคนอาจทำให้เกิด "การดื้อยา" ได้ เพราะร่างกายสร้างภูมิต้านทาน (Neutralizing Antibodies) มาจับตัวยา ทำให้ฉีดแล้วผลไม่ดีเท่าเดิมหรือต้องเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อย ๆ โดยปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง ได้แก่ การฉีดถี่เกินไป การใช้โดสสูงเกินจำเป็น และการใช้ตัวยาที่มีโปรตีนส่วนเกินมาก

  • เลี่ยงการฉีดถี่ ควรเว้นอย่างน้อย 3–4 เดือนต่อครั้ง ไม่ควรฉีดซ้ำเร็วเพียงเพราะรู้สึกว่าคลายไว
  • เลือกตัวยาที่บริสุทธิ์ ปัจจุบันมีโบท็อกสูตร Pure Toxin ที่ไม่มีโปรตีนส่วนเกิน อย่าง Xeomin ซึ่งมีรายงานว่าโอกาสสร้างภูมิต้านทานต่ำ
  • ตัวยารุ่นใหม่ที่ออกฤทธิ์นานขึ้น อย่าง Daxxify กำลังได้รับความสนใจในปี 2026 ในฐานะทางเลือกที่ผลอยู่ได้นานกว่าเดิม
  • ฉีดกับแพทย์และใช้ยาแท้ ช่วยให้คำนวณโดสได้เหมาะสมและลดโอกาสดื้อยาในระยะยาว

ทั้งนี้ โบท็อก 2 ยี่ห้อหลักที่กังนัมคลินิกใช้ (Allergan และ Hugel) เป็นตัวยาที่ได้มาตรฐานและมีข้อมูลความปลอดภัยชัดเจน โดยแพทย์จะเลือกให้เหมาะกับแต่ละเคส

การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกกราม

การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกกราม

  • งดใช้ยากลุ่มกรดวิตามินที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว เช่น วิตามิน A, BHA และ AHA เป็นเวลา 1–2 วันก่อนฉีด
  • งดสครับหน้าเป็นเวลา 1–2 วันก่อนฉีด เพราะทำให้เป็นรอยเข็มได้ง่ายกว่าปกติ
  • งดยากลุ่ม NSAIDs เช่น Brufen, Motrin, Naproxen รวมถึงวิตามินอีและน้ำมันปลา เป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนฉีด เพื่อป้องกันอาการอักเสบและระคายเคือง

การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกกราม เพื่อให้ผลอยู่นานขึ้น

การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อก

  • หลังฉีดควรรีบขยับบริเวณที่ฉีด เช่น อ้าปาก เคี้ยว หรือยิ้มกว้าง เพื่อช่วยให้ตัวยากระจายได้ดี แนะนำให้บริหารกล้ามเนื้อประมาณ 30 นาที
  • หลีกเลี่ยงความร้อนบนใบหน้าและงดก้มศีรษะต่ำอย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังฉีด เพราะความร้อนและการไหลเวียนของเลือดทำให้โบท็อกสลายไว
  • ฉีดต่อเนื่องเพื่อคงผลลัพธ์ โดยระยะที่แนะนำคือช่วง 4–5 เดือนหลังการฉีดครั้งแรก

โบท็อกกราม ยี่ห้อไหนดี เช็กของแท้-ปลอมอย่างไร?

โบท็อกที่กังนัมคลินิกแนะนำมี 2 ยี่ห้อ คือ Allergan (โบท็อกอเมริกา) และ Hugel Toxin (โบท็อกเกาหลี) ทั้งสองยี่ห้อมีความบริสุทธิ์ใกล้เคียงกันที่ 99.5% โดยมีจุดเด่นต่างกันดังนี้

โบท็อกลดกราม ยี่ห้อ Botulinum

Botox Allergan หรือ โบท็อกอเมริกา

Allergan เป็นบริษัทต้นแบบของโบท็อกที่มีงานวิจัยรับรองมายาวนาน และพัฒนามาเพื่อลดโอกาสดื้อโบท็อก มีการกระจายตัวยาแคบ แพทย์จึงคาดการณ์การออกฤทธิ์ได้แม่นยำ เหมาะกับการฉีดยกกระชับด้วยเทคนิค Nefertiti Lift ทั้งนี้ การฉีดเข้ากล้ามเนื้อให้เห็นผลชัดและอยู่ได้นานควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อลดโอกาสเกิดอาการคิ้วหรือรอยยิ้มไม่เท่ากัน

วิธีเช็กโบท็อก Allergan ขนาด 100 Units ของแท้

  1. หากฉีดกับคลินิกมาตรฐานอย่างกังนัมคลินิก มั่นใจได้ว่าเป็นของแท้ กล่องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ และแกะกล่องเปิดใหม่ให้คนไข้ทุกครั้ง
  2. ข้างกล่องมีซีลใสแปะป้องกันการเปิด
  3. มีเลขทะเบียน อย. ชัดเจนและมีเอกสารกำกับภาษาไทย
  4. เลข Lot มี 2 จุด คือ ที่กล่องและที่ขวด ซึ่งต้องเป็นเลขที่ตรงกัน
  5. สามารถโทรตรวจสอบรายชื่อคลินิกที่สั่งซื้อจากบริษัท Allergan ประเทศไทยได้
  6. ตัวยาเป็นสีขุ่นเคลือบที่ก้นขวด ต้องใช้เข็มดูดน้ำเกลือมาผสมก่อนฉีด

โบท็อกกรามของแท้ ยี่ห้อ Hugel toxin

Hugel Toxin หรือ โบท็อกเกาหลี

Hugel เป็นยี่ห้อจากเกาหลีใต้ ประเทศต้นตำรับการปรับโครงหน้า มีความบริสุทธิ์เทียบเท่าโบท็อกอเมริกาในราคาที่ถูกกว่า ออกฤทธิ์เห็นผลเร็วกว่าราว 2–3 วัน และมีการกระจายตัวยาเป็นวงกว้าง ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ฉีดให้คนไข้จำนวนมากพบว่าโบท็อกเกาหลีจะหมดฤทธิ์เร็วกว่าโบท็อกอเมริกา คนไข้จึงเลือกยี่ห้อได้ตามความสะดวก เพราะค่าความบริสุทธิ์ของทั้งสองยี่ห้อไม่ต่างกัน

วิธีเช็กโบท็อก Hugel Toxin ของแท้

  1. หากฉีดกับคลินิกมาตรฐานอย่างกังนัมคลินิก จะใช้โบท็อกแท้เท่านั้น ดูได้จากสภาพกล่องสมบูรณ์ แกะใหม่ทุกกล่อง และก้นกล่องมีวันผลิต วันหมดอายุ และเลขล็อตชัดเจน
  2. ฝาขวดสีขาวอยู่ในสภาพสมบูรณ์ แกะขวดใหม่ให้คนไข้ทุกครั้งก่อนฉีด
  3. ฝากล่องปิดสนิทมาจากโรงงาน
  4. ระบุบริษัทผู้นำเข้า BON SONG ที่ด้านข้างกล่อง
  5. ตัวยาอยู่ก้นขวดเป็นฟิล์มขุ่น ต้องใช้เข็มผสมน้ำเกลือดูดผสมก่อนฉีด
  6. มีแถบสีเงินให้ขูดเพื่อสแกน QR Code ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ได้

ฉีดโบท็อกลดกราม ที่ไหนดี?

โบท็อกเป็นการฉีดสารที่มีผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อโดยตรง จึงต้องใช้ความชำนาญของแพทย์ผู้ฉีดในการควบคุมการกระจายตัวของยา เพื่อลดโอกาสเกิดอาการคิ้วไม่เท่ากันหรือปากเบี้ยว สิ่งสำคัญคือต้องมั่นใจว่าเป็นโบท็อกของแท้และดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยมีหลักในการเลือกคลินิกดังนี้

  1. เป็นสถานพยาบาลหรือคลินิกที่ได้มาตรฐานรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข เพราะการเก็บโบท็อกต้องอยู่ในที่เย็นเพื่อคงคุณภาพ
  2. มีรายชื่อแพทย์ผู้ทำหัตถการชัดเจนและตรวจสอบได้ โดยสังเกตว่าแพทย์บนป้ายกับแพทย์ที่ฉีดให้เป็นคนเดียวกัน
  3. เปิดขวดโบท็อกใหม่ก่อนฉีดให้คนไข้เสมอ
  4. มีหลายสาขาเพื่อความสะดวก ตำแหน่งที่ตั้งชัดเจน และนัดปรึกษาแพทย์ก่อนได้
  5. มีช่องทางติดต่อออนไลน์ที่ชัดเจน สะดวกต่อการนัดหมายและติดตามอาการ
  6. มีรีวิวจากคนไข้จริงให้ดูผลลัพธ์หลังการฉีด

ฉีดโบท็อกลดกราม ราคาเท่าไหร่?

ราคาฉีดโบท็อกขึ้นอยู่กับปริมาณยูนิตที่ใช้ โดยกังนัมคลินิกมีราคาสำหรับการฉีดปรับรูปหน้าและลดกราม ดังนี้

โปรโมชั่นและราคาฉีดโบท็อกซ์ลดกราม

  • ฉีดปรับหน้าเรียว / ลดกราม 50 ยูนิต ราคา 3,696 บาท
  • ฉีดปรับหน้าเรียว / ลดกราม 100 ยูนิต ราคา 5,696 บาท
  • ฉีดริ้วรอย + หน้าเรียว 150 ยูนิต ราคา 8,623 บาท

นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจ Korea V Shape ที่รวมโบท็อกกรามเข้ากับไหม PDO และเมโสแฟตในราคาพิเศษ ทั้งนี้ ราคาโปรโมชันอาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงแนะนำให้สอบถามคลินิกก่อนเข้ารับบริการ

การดูแลและติดตามผลหลังการฉีด

แพทย์จะประเมินลักษณะและขนาดกล้ามเนื้อกรามก่อนการฉีดทุกครั้ง และมีการนัดติดตามผลหลังการฉีด โดยคนไข้สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินซ้ำและวางแผนการฉีดครั้งถัดไปได้ตามความเหมาะสม

  • ใช้โบท็อกแท้ทุกยี่ห้อ แกะกล่องและเปิดขวดใหม่ต่อหน้า พร้อมนำกล่องและขวดกลับบ้านได้
  • มีการนัดติดตามและประเมินผลหลังการฉีดโดยแพทย์
  • ระยะเวลาการออกฤทธิ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับขนาดกล้ามเนื้อและการดูแลตัวเอง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกลดกราม

ฉีดโบท็อกกรามต้องใช้กี่ยูนิตถึงจะเห็นผล

ปริมาณโบท็อกที่เหมาะกับการฉีดกรามจะอยู่ที่ประมาณ 20–30 ยูนิตต่อข้าง อย่างไรก็ตาม ก่อนฉีดคนไข้ควรเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินและคำนวณปริมาณให้เหมาะสม เพราะขนาดกรามของแต่ละคนไม่เท่ากัน จึงใช้ปริมาณโบท็อกต่างกัน

ฉีดโบท็อกลดกรามกี่วันเห็นผล

หลังฉีดโบท็อกกรามอาจรู้สึกตึงหรือเมื่อยบริเวณกราม โดยช่วง 2 สัปดาห์แรกจะเริ่มรู้สึกว่ากรามลดลง และจะลดลงเต็มที่เมื่อครบ 2–3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่รูปหน้าเข้าที่ ทั้งนี้ ระยะเวลาการเห็นผลอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

โบท็อกกรามอยู่ได้นานไหม และควรฉีดซ้ำเมื่อไหร่

โดยปกติผลจะอยู่ได้นานประมาณ 5–6 เดือน (โบท็อกเกาหลีมักคลายเร็วกว่าโบท็อกอเมริกา) สำหรับการฉีดซ้ำเพื่อคงผลลัพธ์ แนะนำให้เว้นระยะอย่างน้อย 3 เดือน และมาฉีดซ้ำได้ในช่วงเดือนที่ 4–5 หลังการฉีด ทั้งนี้ไม่ควรฉีดถี่เกินไป และไม่ควรเว้นนานเกิน 6 เดือน เพราะกล้ามเนื้อจะกลับคืนสู่สภาพเดิม ทำให้ต้องใช้ปริมาณมากขึ้นในครั้งถัดไป

ฉีดโบท็อกลดกรามเจ็บไหม

ขณะฉีดจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย แต่จะมีการประคบน้ำแข็งทั้งก่อนและขณะฉีด เพื่อลดการไหลเวียนของเลือดบริเวณที่ฉีด ทำให้ตัวยาไม่กระจายเป็นวงกว้างเกินไปและได้ผลเฉพาะจุดที่ต้องการ อีกทั้งยังช่วยให้รู้สึกเจ็บน้อยลง ทั้งนี้ หากคนไข้กังวล สามารถแปะยาชาก่อนฉีดได้

ทำไมฉีดโบท็อกกรามแล้วปากเบี้ยว ยิ้มไม่สุด

หากฉีดกับแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ ใบหน้าอาจแข็งตึงหรือปากเบี้ยวหลังฉีดได้ แต่อาการเหล่านี้มักเป็นเพียงอาการชั่วคราว ในทางกลับกัน หากฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยโบท็อกของแท้ ก็จะช่วยลดโอกาสเกิดอาการดังกล่าวและได้รูปหน้าเรียวลงอย่างเป็นธรรมชาติ

ฉีดโบท็อกกรามแล้วเคี้ยวอาหารได้ปกติไหม

โดยทั่วไปยังเคี้ยวอาหารได้ตามปกติ เพราะโบท็อกเพียงลดการทำงานของกล้ามเนื้อกรามให้เล็กลง ไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อหยุดทำงานทั้งหมด บางคนอาจรู้สึกว่าแรงบดเคี้ยวลดลงเล็กน้อยในช่วงแรก โดยเฉพาะเวลาเคี้ยวของแข็ง แต่อาการจะค่อย ๆ ปรับเข้าที่เอง

ผู้ชายฉีดโบท็อกลดกรามได้ไหม

ฉีดได้เช่นกัน โดยผู้ชายที่มีกล้ามเนื้อกรามใหญ่มักต้องใช้ปริมาณโบท็อกมากกว่าผู้หญิงเล็กน้อย เพราะกล้ามเนื้อกรามหนากว่า ทั้งนี้แพทย์จะประเมินปริมาณให้เหมาะกับโครงหน้าของแต่ละคน

ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรฉีดโบท็อกกรามได้ไหม

ไม่แนะนำให้ฉีดในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยที่เพียงพอ หากอยู่ในกลุ่มนี้ควรเลื่อนการฉีดออกไปก่อนและปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ

ฉีดโบท็อกกรามบ่อย ๆ ทำให้แก้มตอบหรือหน้าดูโทรมไหม

หากฉีดในปริมาณที่เหมาะสมและเว้นระยะตามที่แพทย์แนะนำ จะไม่ทำให้หน้าโทรม แต่หากฉีดถี่หรือใช้ปริมาณมากเกินไปต่อเนื่องเป็นเวลานาน กล้ามเนื้อกรามอาจเล็กลงมากจนดูแก้มตอบได้ในบางราย จึงควรฉีดกับแพทย์ที่ประเมินปริมาณให้พอดี

รีวิว ฉีดโบท็อกลดกราม

ฉีดโบท็อกลดกรามผู้ชาย

รีวิว botox กราม ผู้ชาย

รีวิว ฉีดโบท็อกลดกราม

รีวิวโบท็อกลดกราม หน้าเรียว

รีวิวโบท็อกลดกราม

หลังฉีดโบท็อกลดกราม รูปหน้าเล็กลง

หลังโบท็อกลดกราม

สรุป ฉีดแล้วดีไหม?

การฉีดโบท็อกกรามเป็นทางเลือกหนึ่งในการปรับรูปหน้าให้เรียวเป็นวีเชป เพราะเห็นผลได้ ใช้เวลาทำไม่นาน เจ็บน้อย และเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงแรก โดยการฉีด 1 ครั้งจะอยู่ได้นานประมาณ 5–6 เดือน และสามารถมาฉีดเติมเพื่อคงผลลัพธ์ได้ ทั้งนี้เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยเมื่อใช้โบท็อกแท้และฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์และผลข้างเคียงอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ก่อนฉีดจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินลักษณะใบหน้าและความเหมาะสมของแต่ละคนก่อนทุกครั้ง

แหล่งอ้างอิง

WebMD. (2024). Masseter Botox. WebMD. https://www.webmd.com/oral-health/masseter-botox

Mayo Clinic. (2023). Botox injections. Mayo Clinic. https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/botox/about/pac-20384658

Fernández-Núñez, T., et al. (2019). Efficacy of botulinum toxin in the treatment of bruxism: Randomized controlled trial. National Library of Medicine. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC9719743/

Kim, T. Y., et al. (2024). Resistance to cosmetic botulinum toxin A: A 15-patient case series across 12 sites. National Library of Medicine. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC11564985/

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดื้อโบท็อกซ์ คืออะไร? สาเหตุ วิธีสังเกต และทางแก้ที่ควรรู้
ความรู้โบท็อก

ดื้อโบท็อกซ์ คืออะไร? สาเหตุ วิธีสังเกต และทางแก้ที่ควรรู้

ดื้อโบท็อกซ์เป็นอีกหนึ่งอาการที่หลาย ๆ คนเกิดความกังวลใจและไม่อยากเผชิญเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะไปทำให้การฉีดโบท็อกซ์ไม่เห็นผลลัพธ์ ดังนั้นในบทความนี้เราเลยจะพาม

อ่านต่อ
Bienox คืออะไร? ปลอดภัยแค่ไหน? พร้อมบอกข้อดีและจุดเด่น Botox ยี่ห้อนี้
ความรู้โบท็อก

Bienox คืออะไร? ปลอดภัยแค่ไหน? พร้อมบอกข้อดีและจุดเด่น Botox ยี่ห้อนี้

หากจะให้พูดถึงการฉีดโบท็อกซ์นั้นก็ถือว่าเป็นหัตถการยอดนิยมในคนทุกเพศทุกวัย ดังนั้นในบทความนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับโบท็อกซ์น้องใหม่จากเกาหลีอย่าง “Bienox” ว่า

อ่านต่อ
Hutox ดีไหม? เหมาะกับใครบ้าง? อยู่ได้กี่เดือน? รวมข้อควรรู้ก่อนทำ-หลังทำ
ความรู้โบท็อก

Hutox ดีไหม? เหมาะกับใครบ้าง? อยู่ได้กี่เดือน? รวมข้อควรรู้ก่อนทำ-หลังทำ

กำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งโบท็อกซ์ยี่ห้อดังในไทยสำหรับอีกหนึ่งแบรนด์โบท็อกซ์เกาหลีอย่าง “โบท็อกซ์ Hutox” เพราะถือว่าเป็นอีกหนึ่งยี่ห้อโบท็อกซ์ที่มีจุดเด่นอยู่หลายอ

อ่านต่อ
ปรึกษาฟรี จองคิว LINE