meso

ฉีดเมโสแฟต (Meso Fat) คืออะไร นิยมฉีดสลายไขมันจุดไหน ได้ผลจริงไหม

พญ.ฬิษา สุวรรณเกษการ

เขียน & ตรวจสอบโดย พญ.ฬิษา สุวรรณเกษการ (หมอลิซ่า)

ฉีดเมโสแฟต (Meso Fat) คืออะไร นิยมฉีดสลายไขมันจุดไหน ได้ผลจริงไหม

หลายคนมีปัญหาไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่เฉพาะจุดอย่างแก้ม เหนียง หรือใต้คาง ซึ่งไม่ว่าจะออกกำลังกาย คุมอาหาร หรือทานยาลดน้ำหนักมากแค่ไหน ไขมันบริเวณนั้นก็ยังไม่ยอมลดลงสักที ครั้นจะไปดูดไขมันก็กังวลทั้งเรื่องความเจ็บและเวลาพักฟื้น การฉีดเมโสแฟต (Meso Fat) จึงกลายเป็นอีกทางเลือกที่ได้รับความนิยม เพราะช่วยสลายไขมันเฉพาะจุดได้โดยไม่ต้องผ่าตัดและแทบไม่ต้องพักฟื้น

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจการฉีดเมโสแฟตแบบครบทุกมุมในปี 2026 ตั้งแต่หลักการทำงาน จุดที่ฉีดได้ ราคา ข้อดีข้อเสีย ไปจนถึงความจริงที่หลายคลินิกไม่ค่อยพูดถึง อย่างเรื่องที่ว่าเมโสแฟตไม่ใช่การลดน้ำหนัก และควรเลือกคลินิกอย่างไรให้ปลอดภัย

สารบัญบทความ

  1. เมโสแฟตคืออะไร?
  2. ความจริงก่อนฉีด: เมโสแฟตไม่ใช่การลดน้ำหนัก
  3. เมโสแฟต เหมาะกับใครบ้าง?
  4. ข้อดีของการฉีดเมโสแฟต
  5. ข้อเสียของการฉีดเมโสแฟต
  6. เมโสแฟต มีกี่ประเภท อะไรบ้าง
  7. บริเวณไหนบ้างที่นิยมฉีดเมโสแฟต
  8. อัปเดต 2026: เมโสแฟตเทียบกับตัวเลือกสลายไขมันรุ่นใหม่
  9. ฉีดเมโสแฟต vs โบท็อกลดกราม vs ดูดไขมันหน้า เลือกแบบไหนดี
  10. เมโสแฟต ยี่ห้อไหนดี แตกต่างกันอย่างไร
  11. เมโสแฟต ทำให้ไขมันหายไปได้อย่างไร
  12. ฉีดเมโสแฟตกี่วันเห็นผล
  13. ฉีดเมโสแฟตไม่เห็นผล เกิดจากอะไร
  14. ฉีดเมโสแฟต เจ็บไหม?
  15. ฉีดเมโสแฟต หน้าบวมกี่วัน
  16. ฉีดเมโสแฟตแล้วเป็นก้อน เป็นไต เกิดจากอะไร
  17. ฉีดเมโสแฟตเสร็จแล้วแต่ยังปวดมาก
  18. ขั้นตอนการฉีดเมโสแฟต
  19. การเตรียมตัวก่อนฉีดเมโสแฟต
  20. การปฏิบัติตัวหลังฉีดเมโสแฟต
  21. ฉีดเมโสแฟต ที่ไหนดี
  22. ทำไมควรฉีดเมโสแฟตที่กังนัมคลินิก
  23. ฉีดเมโสแฟต ราคาเท่าไหร่?
  24. โปรโมชั่นฉีดเมโสแฟตที่กังนัมคลินิก
  25. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดเมโสแฟต
  26. รีวิว Before / After หลังฉีดเมโสแฟต
  27. สรุป

Key Takeaways

  • เมโสแฟตช่วยสลายไขมันเฉพาะจุดอย่างแก้ม เหนียง และใต้คาง ไม่ใช่การลดน้ำหนักทั้งตัว
  • ตัวยาออกฤทธิ์กับไขมันชั้นใต้ผิวเท่านั้น เริ่มเห็นผลใน 5–7 วัน และชัดเจนที่สุดราว 1 เดือนหลังฉีด
  • ผลลัพธ์ไม่ถาวร อยู่ได้ประมาณ 3–4 เดือน จึงต้องฉีดซ้ำเป็นคอร์สเพื่อคงผล
  • ราคาต่อขวด (10 ซีซี) อยู่ที่ราว 1,500–2,500 บาท ขึ้นกับยี่ห้อและบริเวณที่ฉีด
  • ตัวยากลุ่มนี้ส่วนใหญ่ยังใช้แบบ off-label (ยาที่ต้องให้แพทย์ประเมินก่อนทำเท่านั้น) จึงควรเลือกคลินิกที่มีแพทย์ดูแลและใช้ยาที่ผ่านการตรวจสอบจาก อย.

เมโสแฟตคืออะไร?

เมโสแฟต (Meso Fat) คือ วิธีการช่วยสลายไขมันส่วนเกินตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย ด้วยการฉีดตัวยาเข้าไปในชั้นไขมันเพื่อลดและสลายไขมันส่วนเกิน โดยตัวยาจะทำให้เซลล์ไขมันแตกตัวเป็นอนุภาคเล็ก ๆ จนร่างกายสามารถขับออกไปได้ผ่านทางเหงื่อหรือปัสสาวะ

การฉีดเมโสแฟตนิยมทำได้ในหลายตำแหน่ง โดยตำแหน่งยอดนิยมคือบริเวณแก้มและเหนียง เพื่อให้กรอบหน้าเรียวกระชับและดูเข้ารูปมากยิ่งขึ้น รวมถึงการฉีดเพื่อลดเซลลูไลท์ตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งตัวยาหลักที่ใช้มีดังนี้

ส่วนประกอบของตัวยาในเมโสแฟต

  1. L-carnitine ช่วยสลายไขมันตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย แล้วเปลี่ยนไขมันมาเป็นพลังงาน
  2. Mesostabyl ทำหน้าที่ยับยั้งการเกิดไขมันใหม่หรือคอเลสเตอรอลในชั้นเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกาย
  3. Tyrosine ช่วยเร่งระบบเผาผลาญให้ทำงานได้ดีขึ้น จึงกำจัดไขมันส่วนเกินได้มากขึ้นและเร็วขึ้น
  4. Artichoke extract ช่วยลดการสร้างกรดไขมันและลดไขมันเฉพาะจุด

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ เมโสแฟตจึงได้รับความนิยมจากสถาบันความงามในการนำมาฉีดลดไขมันส่วนเกินเฉพาะจุด เช่น ลดแก้ม เหนียง ต้นแขน และต้นขา นอกจากตัวยาข้างต้นแล้ว แพทย์ยังนิยมใช้สารในกลุ่ม Phosphatidylcholine, Deoxycholate, Dexpanthenol, Amino acid และ Minerals ซึ่งหลายชนิดเป็นสารสกัดจากถั่วเหลืองหรือไข่แดงและวิตามิน โดยสาร Phosphatidylcholine ร่วมกับ Deoxycholate ถือเป็นตัวหลักที่ออกฤทธิ์สลายไขมันโดยตรง

ความจริงก่อนฉีด: เมโสแฟตไม่ใช่การลดน้ำหนัก

ก่อนตัดสินใจฉีด มีความเข้าใจผิดหนึ่งที่ควรเคลียร์ให้ชัดก่อน นั่นคือเมโสแฟตเป็นการ "ปรับสัดส่วนเฉพาะจุด" ไม่ใช่การลดน้ำหนักทั้งตัว ตัวเลขบนตาชั่งหลังฉีดจึงมักไม่เปลี่ยน แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือรูปหน้าหรือสัดส่วนบริเวณที่ฉีดให้ดูเรียวกระชับขึ้น

  • เมโสแฟตออกฤทธิ์กับไขมันชั้นใต้ผิว (subcutaneous fat) ที่อยู่ตื้นและจับต้องได้เท่านั้น
  • ไม่สามารถจัดการไขมันในช่องท้องที่ห่อหุ้มอวัยวะภายใน (visceral fat) ซึ่งต้องอาศัยการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการรักษาโดยแพทย์ด้านสุขภาพเป็นหลัก
  • เหมาะกับคนที่รูปร่างโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดีอยู่แล้ว แต่มีไขมันสะสมเฉพาะจุดที่ลดยาก ไม่ได้เหมาะกับคนที่ต้องการลดน้ำหนักหลายกิโลกรัม

ดังนั้นเมื่อเข้าใจหลักการทำงานจุดนี้ตั้งแต่ต้น ก็จะเข้าใจกระบวนการทำงานและสามารถคาดหวังผลลัพธ์หลังทำได้อย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น

เมโสแฟต เหมาะกับใครบ้าง?

  1. คนที่มีไขมันส่วนเกินสะสมแบบเฉพาะจุด
  2. คนที่มีไขมันสะสมอยู่ในจุดที่กำจัดได้ยากด้วยการออกกำลังกาย
  3. คนที่ต้องการลดไขมันแบบเร่งด่วนในงบประมาณที่ไม่สูงมาก
  4. คนที่ไม่ต้องการผ่าตัดหรือดูดไขมัน
  5. คนที่ไม่มีเวลาพักฟื้น และกังวลเรื่องความเจ็บปวด

การฉีดเมโสแฟต ข้อดี ข้อเสีย ในปัจจุบัน_03

การฉีดเมโสแฟต ข้อดี ข้อเสีย ในปัจจุบัน_04

ข้อดีของการฉีดเมโสแฟต

  1. ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการดูดไขมัน แต่ไม่ต้องผ่าตัด
  2. ไม่ต้องเจ็บตัวจากการผ่าตัด
  3. ลดไขมันได้อย่างตรงจุด
  4. เห็นผลชัดเจนและรวดเร็วภายใน 1–3 สัปดาห์หลังฉีด และคงอยู่ได้นานถึง 3 เดือน
  5. ช่วยลดคอเลสเตอรอลและไขมันในเส้นเลือดได้
  6. ทำให้สัดส่วนกระชับและเข้ารูปมากขึ้น
  7. มีความปลอดภัยสูงหากทำโดยแพทย์และใช้ยาที่ได้มาตรฐาน
  8. ใช้เวลาฉีดไม่นาน

ข้อเสียของการฉีดเมโสแฟต

  1. ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นจึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดี
  2. ต้องใช้ตัวยาที่ผ่านการรับรองจาก อย. เพื่อความปลอดภัย
  3. เนื่องจากได้รับความนิยมมาก จึงมีการลอกเลียนแบบตัวยาและฉีดโดยผู้ที่ขาดความเชี่ยวชาญในราคาที่ถูกกว่าคลินิกมาตรฐาน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้บริการ
  4. ผู้หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรไม่สามารถทำได้
  5. ผลลัพธ์ไม่ถาวร ต้องมาฉีดซ้ำเป็นระยะเพื่อคงผลไว้
  6. อาจมีอาการบวมประมาณ 1–2 วันหลังฉีด

เมโสแฟต มีกี่ประเภท อะไรบ้าง

การฉีดเมโสแฟตแบ่งตามบริเวณที่ต้องการฉีดได้เป็น 2 กลุ่มหลัก

  1. เมโสแฟตสำหรับฉีดบริเวณใบหน้า เช่น แก้มและเหนียง
  2. เมโสแฟตสำหรับฉีดบริเวณลำตัว เช่น ต้นแขน ต้นขา และสะโพก

ทั้งนี้ การฉีดเมโสแฟตจะต้องเลือกใช้ตัวยาแต่ละประเภทให้เหมาะกับบริเวณที่จะฉีด เพราะความหนาของชั้นไขมันในแต่ละบริเวณแตกต่างกัน การเลือกให้เหมาะสมจึงช่วยให้เห็นผลชัดเจนที่สุด

บริเวณไหนบ้างที่นิยมฉีดเมโสแฟต

บริเวณที่นิยมฉีดสลายไขมันเฉพาะจุดบนร่างกาย ได้แก่

ตำแหน่งฉีดแฟต ที่ออกฤทธิ์แล้วได้ผล

  1. ฉีดแฟตแก้ม เพื่อให้ใบหน้าเรียวขึ้นและดูเข้ารูปมากขึ้น
  2. ฉีดแฟตเหนียง หรือใต้คาง เพื่อลดคางสองชั้นและให้เห็นกรอบหน้าชัดขึ้น
  3. ฉีดแฟตต้นแขน เพื่อช่วยให้ต้นแขนดูเรียวและกระชับตึงขึ้น
  4. ฉีดแฟตต้นขา เพื่อลดปัญหาผิวเปลือกส้มและไขมันสะสมบริเวณต้นขา ทำให้ต้นขากระชับและเรียวขึ้น
  5. บริเวณสะโพก เพื่อลดขนาดสัดส่วนของสะโพกให้ได้รูปมากขึ้น
  6. บริเวณหน้าท้อง เพื่อสลายไขมันส่วนเกินลดพุงและปรับรอบเอวให้กระชับขึ้น

การฉีดเมโสแฟต ข้อดี ข้อเสีย ในปัจจุบัน_05

อัปเดต 2026: เมโสแฟตเทียบกับตัวเลือกสลายไขมันรุ่นใหม่

ปัจจุบันเทคโนโลยีจัดการไขมันเฉพาะจุดมีให้เลือกหลากหลายกว่าเดิม การรู้ว่าเมโสแฟตต่างจากตัวเลือกอื่นอย่างไร จะช่วยให้เลือกได้ตรงกับปัญหาและงบประมาณมากขึ้น

  • เมโสแฟต (Meso Fat) ฉีดตัวยาสลายไขมันเข้าชั้นไขมันโดยตรง จุดเด่นคือราคาเข้าถึงง่ายและเจาะจงเฉพาะจุดได้ดี เหมาะกับแก้ม เหนียง และใต้คาง แต่ผลไม่ถาวรและต้องฉีดซ้ำเป็นคอร์ส
  • กลุ่ม Lipo Lab / Lipo V เป็นตัวยารุ่นใหม่ในตระกูลเดียวกับเมโสแฟต แต่ปรับสูตรให้บวมและระคายเคืองน้อยลง มักใช้กับบริเวณลำตัว
  • Kybella (Deoxycholic acid) เป็นสารสลายไขมันที่ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกาสำหรับไขมันใต้คางโดยเฉพาะ ถือเป็นญาติสายตรงของเมโสแฟตที่มีข้อมูลรับรองชัดเจนที่สุด
  • ความเย็นสลายไขมัน (Cryolipolysis / CoolSculpting) ใช้ความเย็นทำลายเซลล์ไขมันโดยไม่ต้องใช้เข็ม เหมาะกับไขมันบริเวณลำตัวที่เป็นบริเวณกว้าง
  • คลื่นยกกระชับ (HIFU / Ultraformer) เน้นกระชับผิวและยกกรอบหน้า ไม่ได้สลายไขมันโดยตรง ส่วนคลื่น RF อย่าง Thermage หรือ Oligio จะช่วยสลายไขมันไปพร้อมกับกระชับผิวได้ จึงมักใช้ร่วมกับเมโสแฟตในคนที่มีทั้งไขมันและผิวหย่อน

สรุปคือเมโสแฟตยังคงตอบโจทย์เรื่องราคาและความเจาะจงเฉพาะจุด โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ส่วนถ้าปัญหาหลักคือผิวหย่อนคล้อยหรือไขมันสะสมมากเป็นบริเวณกว้างทั้งตัว การใช้เทคโนโลยีอื่นร่วมด้วยอาจให้ผลที่ดีกว่า

ฉีดเมโสแฟต vs โบท็อกลดกราม vs ดูดไขมันหน้า เลือกแบบไหนดี

ทั้งเมโสแฟต การฉีดโบท็อกลดกราม การดูดไขมันหน้า และการใช้เครื่อง HIFU ต่างก็มีจุดเด่นและหลักการทำงานที่แตกต่างกัน รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ไม่เท่ากัน อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้สามารถทำร่วมกันได้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมากยิ่งขึ้น

เมโสแฟตโบท็อกลดกรามดูดไขมันหน้าHifu
หลักการทำงานตัวยาที่ฉีดเข้าไปจะไปทำการสลายไขมันให้เกิดการแตกตัวและค่อยๆ สลายจนถูกขับออกจากร่างกายทางเหงื่อและปัสสาวะ และเมื่อไขมันถูกขับออกไปแล้วจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ร่างกายเริ่มมีขนาดที่เล็กลงเรื่อยๆตัวยาที่ฉีดเข้าไปจะไปส่งผลต่อระบบประสาททำให้กล้ามเนื้อเกิดการหยุดทำงานและค่อยๆ หดตัวลงเรื่อยๆ ทำให้รูปร่างภายนอกดูเรียวเล็กขึ้นเป็นการใช้เครื่องมือดูดไขมันส่วนเกินออกจากร่างกายทีละส่วน โดยหลังทำจะต้องสวมใส่ชุดรัดรูปเพื่อทำให้รูปร่างกระชับเข้าส่วนไฮฟูจะใช้คลื่นลงไปสลายไขมันพร้อมช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้เกิดการเรียงตัวจนนำไปสู่การแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย
ระยะเวลาเห็นผล2-3 เดือน6-12 เดือนถาวร (ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง)6-12 เดือน
การพักฟื้นไม่ต้องพักฟื้นไม่ต้องพักฟื้นปกติจะไม่ต้องพักฟื้น แต่ในบางรายที่มีการดูดไขมันออกเยอะอาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลียได้ไม่ต้องพักฟื้น
ราคา2,000-10,000 บาท7,000-10,000 บาท30,000-100,000 บาท5,000-15,000 บาท

เมโสแฟต ยี่ห้อไหนดี แตกต่างกันอย่างไร

การเลือกฉีดเมโสแฟตควรเลือกตัวยาให้เหมาะกับบริเวณที่จะฉีด และฉีดในปริมาณที่เหมาะสมโดยผู้เชี่ยวชาญ จึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยเมโสแฟตที่แพทย์นิยมนำมาใช้ในวงการความงาม ได้แก่

  1. ยี่ห้อ FNC30 เหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณแก้มเยอะ ช่วยยกกระชับและกำจัดไขมันได้ชัดเจน ทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น
  2. ยี่ห้อ Babi-lone นำเข้าจากประเทศเกาหลี มีเลขจดแจ้ง อย. จึงมั่นใจได้เรื่องความปลอดภัย เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มห้อยหย่อนคล้อย เพราะช่วยลดไขมันบริเวณแก้มและยกกระชับให้ดูตึงขึ้น
  3. ยี่ห้อ Mesoestetic นำเข้าจากประเทศสเปน ช่วยแก้ปัญหาไขมันสะสมบริเวณเหนียง ต้นแขน ต้นขา สะโพก และน่อง ให้เรียวกระชับขึ้นด้วยกระบวนการเผาผลาญไขมัน จึงให้สัดส่วนที่เฟิร์มกระชับขึ้น

เมโสแฟต ทำให้ไขมันหายไปได้อย่างไร

เมื่อฉีดเมโสแฟต ตัวยาจะเข้าไปสลายไขมันส่วนเกินที่จับตัวกันเป็นก้อน ทำให้ไขมันละลายกลายเป็นของเหลว แล้วถูกกำจัดออกด้วยระบบเผาผลาญของร่างกายผ่านการระบายของเสีย เช่น ปัสสาวะและเหงื่อ

ฉีดเมโสแฟตกี่วันเห็นผล

หลังฉีดเมโสแฟต ไขมันจะค่อย ๆ ยุบและเริ่มเห็นผลภายใน 5–7 วัน และเห็นผลชัดเจนที่สุดใน 1 เดือนหลังฉีด โดยผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 3–4 เดือน จึงแนะนำให้มาฉีดซ้ำทุก ๆ 3 เดือนเพื่อคงผลลัพธ์ไว้ ทั้งนี้ ในคนไข้บางกลุ่มที่มีปัญหากรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ แพทย์อาจแนะนำให้ฉีดโบท็อกร่วมด้วยเพื่อให้เห็นผลชัดเจนที่สุด

อ่านบทความเพิ่มเติม ฉีดเมโสแฟต กี่วันเห็นผล ใช้เวลานานหรือไม่

ฉีดเมโสแฟตไม่เห็นผล เกิดจากอะไร

หากใครฉีดแฟตแล้วไม่เห็นผล สาเหตุอาจไม่ได้มาจากไขมันส่วนเกินเพียงอย่างเดียว แต่มาจากโครงสร้างใบหน้าอื่น ๆ เช่น กระดูกกรามใหญ่ กล้ามเนื้อกรามหนา หรือผิวหนังหย่อนคล้อย ซึ่งปัญหาเหล่านี้หากไม่ได้รับการแก้ไขให้ตรงจุด ก็อาจรู้สึกว่าฉีดแฟตไปแล้วหน้ายังไม่เรียวกระชับขึ้น เพราะเมโสแฟตออกฤทธิ์กำจัดเฉพาะเซลล์ไขมันเท่านั้น

ดังนั้นคนที่มีปัญหากล้ามเนื้อกรามใหญ่หรือผิวหนังหย่อนคล้อย จึงแนะนำให้ฉีดโบท็อกลดกราม หรือใช้เลเซอร์ยกกระชับในกลุ่ม Ultraformer, Ulthera หรือ Thermage ร่วมด้วย ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่กังนัมคลินิกเพื่อวิเคราะห์ปัญหาเป็นรายบุคคล และเลือกวิธีที่เหมาะกับแต่ละคนมากที่สุด

ฉีดเมโสแฟต-มีอาการเจ็บไหม

ฉีดเมโสแฟต เจ็บไหม?

เมโสแฟตมักฉีดบริเวณกรอบหน้าและใต้คาง ซึ่งเป็นบริเวณที่ผิวหนังค่อนข้างหนาอยู่แล้ว คนไข้จึงรู้สึกเพียงเหมือนมดกัดเล็กน้อยขณะฉีด และสามารถทนได้โดยไม่จำเป็นต้องแปะยาชา ทั้งนี้ พยาบาลจะประคบน้ำแข็งเพื่อบรรเทาความรู้สึกและทำให้ผิวบริเวณนั้นชาลง โดยใช้เวลาในการฉีดเพียง 5–10 นาทีเท่านั้น หลังจากนั้นผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป 1–2 สัปดาห์

ฉีดเมโสแฟต หน้าบวมกี่วัน

หลังฉีดเมโสแฟต คนไข้อาจรู้สึกบวมบริเวณที่ฉีด ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดจากตัวยาซึมเข้าไปแตกตัวในผิวหนังชั้นไขมัน จากนั้นอาการบวมจะค่อย ๆ ยุบลงภายใน 3–4 ชั่วโมง และเข้าที่ภายใน 1–3 วัน อย่างไรก็ตาม หากครบ 3 วันแล้วอาการบวมยังไม่ลดลง ควรติดต่อแพทย์ผู้ฉีด เพราะอาจเกิดจากการแพ้สารบางตัวในเมโสแฟตได้

ฉีดเมโสแฟตแล้วเป็นก้อน เป็นไต เกิดจากอะไร

อาการเป็นก้อนหรือเป็นไตหลังฉีดเมโสแฟต มักมีสาเหตุมาจากตัวยากระจายตัวไม่สม่ำเสมอ ในกรณีนี้ให้รอดูอาการประมาณ 1–3 วัน หากพบว่าอาการบวมยุบลงแล้วแต่ยังเป็นก้อนไตอยู่ ควรรีบเข้าพบแพทย์ทันที ทั้งนี้ไม่แนะนำให้นวดหรือบีบคลึงเองอย่างเด็ดขาด

ฉีดเมโสแฟตเสร็จแล้วแต่ยังปวดมาก

ในระหว่างฉีดเมโสแฟต คนไข้อาจรู้สึกปวดหรือแสบผิวได้ และหลังฉีดในบางรายก็อาจยังมีอาการดังกล่าวอยู่บ้าง โดยทั่วไปจะปวดอยู่ประมาณ 1–3 ชั่วโมงหลังทำเท่านั้น ส่วนอาการบวมที่ตามมาจะค่อย ๆ ยุบลงภายใน 1–3 วัน

ขั้นตอนการฉีดเมโสแฟต

  1. นัดหมายวันและเวลาที่สะดวกกับทางคลินิก
  2. เข้าพบแพทย์ตามเวลานัดหมาย เพื่อให้แพทย์ทราบปัญหาของคนไข้ และประเมินปริมาณยาที่ใช้ให้เหมาะสม
  3. เตรียมยาที่จะใช้สำหรับคนไข้ โดยปริมาณยาจะแตกต่างกันไปตามปริมาณไขมันและบริเวณที่ต้องการกำจัด
  4. แพทย์ฉีดเมโสแฟตในบริเวณที่กำหนด ใช้เวลาประมาณ 10–15 นาที
  5. กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้น

การเตรียมตัวก่อนฉีดเมโสแฟต

  1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  2. งดยากลุ่มแอสไพรินและวิตามินที่มีผลกับเลือด เช่น น้ำมันปลา อีฟนิ่งพริมโรส และแปะก๊วย อย่างน้อย 48 ชั่วโมงก่อนฉีด
  3. ไม่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  4. หากมีอาการแพ้หรือโรคประจำตัว ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทำ

คำแนะนำหลังทำ meso fat

การปฏิบัติตัวหลังฉีดเมโสแฟต

  1. สามารถล้างหน้าและแต่งหน้าได้ตามปกติ
  2. หากเกิดรอยแดงหรือรอยช้ำจากเข็มบริเวณที่ฉีด ให้ประคบเย็นภายใน 48 ชั่วโมงแรก
  3. ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณมาก เพื่อช่วยให้ร่างกายขับไขมันส่วนเกินออกได้เร็วขึ้น
  4. ออกกำลังกายเบา ๆ เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับขึ้น ในกรณีที่ฉีดบริเวณต้นแขน ต้นขา สะโพก น่อง และหน้าท้อง
  5. หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น การอบซาวน่าและทรีทเมนต์ต่าง ๆ รวมถึงงดการนวดตัวเป็นเวลา 1 สัปดาห์หลังฉีด เพื่อลดการฟกช้ำ
  6. งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ เพราะอาจทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลงและเสื่อมเร็วขึ้น

ฉีดเมโสแฟต ที่ไหนดี

การเลือกคลินิกที่ดีเป็นเรื่องสำคัญ เพราะส่งผลโดยตรงต่อทั้งผลลัพธ์และความปลอดภัย โดยมีเกณฑ์ในการพิจารณาดังนี้

  1. เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้ยาที่ผ่าน อย. และฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
  2. คลินิกควรให้ข้อมูลแพทย์และตัวยาที่ตรวจสอบแหล่งที่มาได้
  3. มีรีวิวและความพึงพอใจจากผู้ที่เคยใช้บริการจริง
  4. ให้บริการดี ใส่ใจ และดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
  5. ให้คำแนะนำอย่างถูกต้องครบถ้วน โดยไม่เน้นการขายเกินความจำเป็น

ทั้งนี้ ตัวยาสลายไขมันแบบฉีดในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็น "ยาลดไขมัน" โดยตรงกับ อย. ไทย และมักใช้ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์ ด้วยเหตุนี้จึงเคยมีคำเตือนจากหน่วยงานทางการแพทย์อย่างโรงพยาบาลศิริราชเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการฉีดกับผู้ที่ไม่ใช่แพทย์หรือการใช้ยาที่ไม่ได้มาตรฐาน การเลือกคลินิกที่มีแพทย์ดูแลจริงและใช้ยาที่ตรวจสอบได้จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก และหากเจอราคาที่ถูกผิดปกติควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน เพราะอาจเป็นสัญญาณของตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐาน

ทำไมควรฉีดเมโสแฟตที่กังนัมคลินิก

  1. กังนัมคลินิกใช้ยาที่ผ่านการตรวจสอบจาก อย. ทุกตัวเพื่อความปลอดภัยของลูกค้า
  2. มีเทคนิคการฉีดเมโสแฟตแบบเฉพาะที่ให้ผลลัพธ์ได้ดี
  3. การฉีดเมโสแฟตทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกเคส
  4. แพทย์เป็นผู้ประเมินปริมาณการใช้ยาให้เหมาะสมกับปัญหาของคนไข้แบบเคสต่อเคส
  5. มีสาขาให้บริการมากถึง 43 สาขา ในทำเลที่ลูกค้าเดินทางมาใช้บริการได้สะดวก
  6. ราคาจับต้องได้ และให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า
  7. ให้บริการอย่างจริงใจ ไม่มีการกั๊กตัวยา
  8. พนักงานพร้อมดูแลลูกค้าเป็นอย่างดีตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาใช้บริการ

ฉีดเมโสแฟต ราคาเท่าไหร่?

ฉีดเมโสแฟตราคาเท่าไหร่

ราคาค่าฉีดเมโสแฟตจะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและปริมาณตัวยาที่ใช้ โดยปกติเมโสแฟต 1 ขวดจะมีปริมาณ 10 ซีซี ราคาประมาณ 1,500–2,500 บาท นอกจากนี้ราคายังต่างกันไปตามแต่ละจุดที่ฉีด เช่น การฉีดลดแก้มหรือลดเหนียงมักใช้ตัวยาเพียง 10 ซีซีก็เห็นผล ต่างจากการฉีดบริเวณลำตัวอย่างแขน ขา หรือรอบเอวที่มีไขมันมาก ซึ่งต้องใช้ปริมาณตัวยามากกว่า 10 ซีซีจึงจะเห็นผล

โปรโมชั่นฉีดเมโสแฟตที่กังนัมคลินิก

สำหรับราคาโปรโมชั่นที่กังนัมคลินิก มีเมโสแฟตให้เลือกหลากหลายยี่ห้อตามความต้องการ โดยมีราคาดังนี้

  • SISI สูตร Face (Korea) 1 ขวด 2,990 บาท / 2 ขวด 4,990 บาท / 5 ขวด 9,990 บาท / 10 ขวด 18,000 บาท
  • SISI สูตร Body (Korea) 1 ขวด 4,990 บาท / 2 ขวด 8,990 บาท / 5 ขวด 20,000 บาท / 10 ขวด 35,000 บาท
  • Meso Fat (Spain) 1 เข็ม 1,500 บาท / 5 เข็ม 6,500 บาท / 10 เข็ม 10,000 บาท

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดเมโสแฟต

ฉีดเมโสแฟตอยู่ได้ถาวรไหม

ผลลัพธ์ของเมโสแฟตไม่ถาวร โดยทั่วไปจะอยู่ได้ประมาณ 3–4 เดือน จึงควรฉีดซ้ำเป็นระยะ และควบคุมอาหารกับออกกำลังกายร่วมด้วย เพื่อให้ไขมันไม่กลับมาสะสมใหม่และคงผลลัพธ์ได้นานขึ้น

ฉีดเมโสแฟตควรใช้กี่ซีซี

ปริมาณตัวยาขึ้นอยู่กับบริเวณและปริมาณไขมัน โดยบริเวณใบหน้าอย่างแก้มหรือเหนียงมักใช้ประมาณ 10 ซีซีต่อครั้ง ส่วนบริเวณลำตัวที่มีไขมันมากจะใช้ปริมาณมากกว่านั้น ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินให้เหมาะกับแต่ละคน

หลังฉีดเมโสแฟตห้ามทำอะไรบ้าง

หลังฉีดควรงดความร้อนอย่างการอบซาวน่าและทรีทเมนต์ งดการนวดบริเวณที่ฉีดประมาณ 1 สัปดาห์ และงดแอลกอฮอล์กับบุหรี่ เพื่อไม่ให้กระทบต่อประสิทธิภาพของยาและลดโอกาสเกิดการฟกช้ำ

เมโสแฟตช่วยลดน้ำหนักได้ไหม

เมโสแฟตไม่ได้ช่วยลดน้ำหนัก แต่ช่วยปรับสัดส่วนเฉพาะจุดที่มีไขมันสะสม ตัวเลขบนตาชั่งจึงมักไม่เปลี่ยน ขณะที่รูปหน้าหรือสัดส่วนบริเวณที่ฉีดจะดูเรียวกระชับขึ้น

รีวิว Before / After หลังฉีดเมโสแฟต

รีวิวหลังฉีดเมโสแฟต Before After

รีวิว Before After หลังฉีดแฟต

รีวิวก่อน-หลังฉีดเมโสแฟต เห็นผลลดไขมันเฉพาะจุด

รีวิวก่อน-หลังฉีดเมโสแฟต กรอบหน้าเรียวกระชับ

สรุป

การฉีดเมโสแฟตเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการสลายไขมันเฉพาะจุด โดยเฉพาะบริเวณที่ลดยากด้วยการออกกำลังกายอย่างแก้มและเหนียง ด้วยการฉีดตัวยาเข้าไปสลายไขมันแล้วให้ร่างกายขับออกทางเหงื่อหรือปัสสาวะ จึงช่วยให้สัดส่วนบริเวณนั้นเรียวกระชับขึ้น อย่างไรก็ตาม เมโสแฟตเหมาะกับคนที่มีไขมันสะสมเฉพาะจุด ไม่ใช่การลดน้ำหนักทั้งตัว และให้ผลไม่ถาวรจึงต้องฉีดซ้ำเป็นระยะ ดังนั้นก่อนตัดสินใจทำ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินว่าปัญหาของเราเหมาะกับการฉีดเมโสแฟตหรือไม่ และเลือกคลินิกที่ใช้ยาที่ได้มาตรฐานและผ่าน อย. เพื่อความปลอดภัย

แหล่งอ้างอิง

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. (2564). อันตรายจากการฉีดสลายไขมัน. Faculty of Medicine Siriraj Hospital. https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp

Mayo Clinic. (2023). Kybella (deoxycholic acid) injection. Mayo Clinic. https://www.mayoclinic.org/drugs-supplements/deoxycholic-acid-subcutaneous-route/description/drg-20406553

Cleveland Clinic. (2023). Cryolipolysis (Fat Freezing). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/treatments/24552-cryolipolysis-fat-freezing

บทความที่เกี่ยวข้อง

เมโสหน้าใสยี่ห้อไหนดี เปรียบเทียบทุกตัวเลือก พร้อมจุดเด่นที่คุณต้องรู้
เมโส

เมโสหน้าใสยี่ห้อไหนดี เปรียบเทียบทุกตัวเลือก พร้อมจุดเด่นที่คุณต้องรู้

การฉีดเมโสหน้าใสจัดเป็นอีกหนึ่งวิธีการช่วยฟื้นบำรุงผิวหน้าได้เป็นอย่างดี แต่ทว่าในปัจจุบันเรามียี่ห้อเมโสกันอยู่มากมายหลายยี่ห้อด้วยกัน ดังนั้นในบทความนี้เราเลย

อ่านต่อ
ดริปผิวกับฉีดผิว ต่างกันอย่างไร? เหมือนกันไหม ควรทำแบบไหนดี
เมโส

ดริปผิวกับฉีดผิว ต่างกันอย่างไร? เหมือนกันไหม ควรทำแบบไหนดี

หากจะให้พูดถึงหัตถการดูแลผิวหน้าและผิวกายในคราวเดียวกัน หลาย ๆ คนก็คงจะคิดถึงการดริปผิวหรือการฉีดผิวกันไม่น้อย แต่แน่นอนว่ายังมีหลายคนที่ยังไม่รู้ว่าทั้ง 2 หัตถ

อ่านต่อ
ดริปวิตามินผิว คืออะไร อันตรายไหม ช่วยให้ผิวขาวใสขึ้นจริงหรือไม่?
เมโส

ดริปวิตามินผิว คืออะไร อันตรายไหม ช่วยให้ผิวขาวใสขึ้นจริงหรือไม่?

การดริปวิตามินนั้นเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลร่างกายและผิวพรรณที่ช่วยเรื่องการเห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว และปลอดภัยต่อร่างกายเป็นอย่างมาก แต่ทว่าหลายคนก็อาจจะ

อ่านต่อ
ปรึกษาฟรี จองคิว LINE