มาเด้คอลลาเจน 16 จุด 2026 ดีจริงไหม เทียบสกินบูสเตอร์รุ่นใหม่
เขียน & ตรวจสอบโดย พญ.ฬิษา สุวรรณเกษการ (หมอลิซ่า)
มาเด้คอลลาเจน (Made Collagen) เป็นตัวยายอดนิยมที่ใช้ในการฉีดเมโสหน้าใส จุดเด่นคือช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ลดโอกาสการเกิดสิวและผื่นแพ้ ทำให้ผิวแข็งแรงและกระจ่างใสขึ้น การฉีดมาเด้คอลลาเจนเน้นการฟื้นบำรุงผิวลึกถึงระดับเซลล์ โดยหลังการฉีดต่อเนื่องอย่างน้อย 4 ครั้ง หลายคนพบว่าอัตราการเกิดสิวลดลงอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงรอยดำและกระจากแดดก็ดูจางลงด้วย


สารบัญบทความ
- มาเด้คอลลาเจน คืออะไร
- ปัจจุบันการฉีดมาเด้คอลลาเจนดีจริงไหม ผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างไร
- หลักการทำงานของมาเด้คอลลาเจน มีอะไรบ้าง
- ฉีดมาเด้คอลลาเจน ช่วยเรื่องอะไร?
- มาเด้คอลลาเจน กับ เมโสหน้าใส ต่างกันอย่างไร
- อัปเดต 2026: มาเด้คอลลาเจนเทียบกับสกินบูสเตอร์รุ่นใหม่
- มาเด้คอลลาเจนมีวิธีการฉีดอย่างไร ทำไมต้องฉีด 16 จุด
- มาเด้คอลลาเจน เหมาะกับใครบ้าง
- ใครไม่เหมาะกับการฉีดมาเด้คอลลาเจน
- ฉีดมาเด้ อันตรายไหม มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
- การเตรียมตัวก่อนฉีดมาเด้คอลลาเจน
- การดูแลตัวเองหลังฉีดมาเด้คอลลาเจน
- ขั้นตอนการฉีดมาเด้คอลลาเจนใช้เวลานานไหม
- มาเด้คอลลาเจน ราคาเท่าไหร่ ต่อครั้ง
- มาเด้คอลลาเจน ที่ไหนดี เลือกคลินิกอย่างไร
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดมาเด้คอลลาเจน
- รีวิว ฉีดมาเด้คอลลาเจน ก่อน-หลังทำ
- สรุป
Key Takeaways
- มาเด้คอลลาเจนคือการฉีดวิตามินและสารบำรุง (เมโสเธอราพี) เข้าชั้นผิว 16 จุด เพื่อฟื้นบำรุงผิวแพ้ง่ายและลดสิวอุดตัน
- ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น เกราะป้องกันผิว และการดูดซึมครีมบำรุง แต่เป็นการดูแลแบบต่อเนื่อง ไม่ใช่การรักษาถาวรในครั้งเดียว
- เริ่มเห็นผลได้ใน 1–2 วัน และควรทำเป็นคอร์สเพื่อคงสภาพผิว
- ราคาเริ่มต้นที่ 2,500 บาทต่อครั้ง โดยควรเลือกคลินิกที่ใช้ยาแท้และฉีดโดยแพทย์
- ผลลัพธ์และผลข้างเคียงอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด
มาเด้คอลลาเจน คืออะไร
มาเด้คอลลาเจน คือ สารสกัดจากธรรมชาติที่ประกอบด้วยวิตามินรวม คอลลาเจน แร่ธาตุ เอนไซม์ และพลาเซนตา (เซลล์บำบัด) โดยเน้นแก้ปัญหาผิวหน้าที่อ่อนแอและแพ้ง่ายให้กลับมาแข็งแรง รวมถึงช่วยฟื้นบำรุงผิว โดยสารทั้งหมดผ่านกระบวนการเตรียมสูตรยาแบบ Homeopathy ซึ่งเป็นศาสตร์บำบัดจากเยอรมนี จุดเด่นคือช่วยปรับสมดุลผิวและขับสิ่งตกค้างบนใบหน้า ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวอ่อนแอ เกิดผื่นแพ้หรือสิวอุดตันได้ง่าย ดังนั้นการฉีดมาเด้คอลลาเจนจึงมีส่วนช่วยลดอาการผื่นแพ้และลดการเกิดสิวอุดตันในอนาคต
ปัจจุบันการฉีดมาเด้คอลลาเจนดีจริงไหม ผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างไร
ก่อนตัดสินใจฉีด ควรเข้าใจตามจริงว่ามาเด้คอลลาเจนเป็นการเติมวิตามินและสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิว จึงช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและการฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวได้จริง แต่เป็นการดูแลผิวแบบต่อเนื่อง ไม่ใช่การรักษาที่เห็นผลถาวรในครั้งเดียว
- ผลที่เห็นชัดคือผิวชุ่มชื้นขึ้น เรียบเนียนขึ้น และเปิดรับการบำรุงได้ดีขึ้น
- งานวิจัยเกี่ยวกับเมโสเธอราพียังมีจำกัด ผลลัพธ์ส่วนหนึ่งมาจากประสบการณ์ของผู้ใช้ จึงควรคาดหวังแบบค่อยเป็นค่อยไป
- ผลลัพธ์อยู่ได้ระยะหนึ่งและต้องทำเป็นคอร์สเพื่อคงสภาพผิว
- เหมาะเป็นตัวเสริมการดูแลผิวพื้นฐาน เช่น การกันแดด พักผ่อน และบำรุงผิว ไม่ใช่การทดแทน
หลักการทำงานของมาเด้คอลลาเจน มีอะไรบ้าง
การฉีดมาเด้คอลลาเจนเป็นการบำรุงผิวหน้าที่ได้รับความนิยม เพราะช่วยฟื้นบำรุงผิวที่แพ้ง่าย เสื่อมโทรม และแห้งกร้าน ให้กลับมาเรียบเนียน ชุ่มชื้น และสดใสขึ้น ด้วยการออกฤทธิ์ 4 ขั้นตอนของตัวยา ดังนี้
1. Detoxification
การขับสิ่งตกค้างบนผิวหน้า ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาผิว เช่น ผื่นแพ้และสิวอุดตัน
2. Metabolism
การเร่งการเผาผลาญและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ให้ออกซิเจนไปเลี้ยงผิวหน้าได้ดีขึ้น ช่วยให้ผิวฟื้นฟูได้เร็วขึ้น
3. Nutrients & Cell therapy
การบำรุงเซลล์ผิวและให้สารอาหารที่เป็นประโยชน์ ทำให้ผิวสุขภาพดีและเปิดรับการบำรุง ครีมที่ทาจึงซึมสู่ผิวได้ดีขึ้น
4. Restructuring
การปรับสมดุลผิวให้มีภูมิต้านทานดีขึ้น เมื่อเจอแดด ฝุ่น หรือแบคทีเรีย ผิวจึงเกิดผื่นแพ้ได้ยากขึ้น

ฉีดมาเด้คอลลาเจน ช่วยเรื่องอะไร?
การฉีดมาเด้คอลลาเจนช่วยขับสิ่งตกค้างและสิ่งอุดตันออกจากผิวหน้า พร้อมทั้งปรับสมดุลผิวให้มีภูมิต้านทานมากขึ้น จึงช่วยลดโอกาสการเกิดอาการแพ้ต่าง ๆ รวมถึงช่วยให้ปัญหาผิวที่มีอยู่ดีขึ้น และทำให้ผิวเปิดรับการบำรุงได้ดีขึ้น
คนไข้หลายท่านที่ฉีดมาเด้คอลลาเจนมักบอกตรงกันว่าเมื่อทาครีมบำรุงแล้วรู้สึกว่าครีมซึมลงผิวได้เร็วขึ้น และปัญหาผื่นแพ้จากฝุ่นหรือการใส่แมสก็ดีขึ้นด้วย
มาเด้คอลลาเจน กับ เมโสหน้าใส ต่างกันอย่างไร
มาเด้คอลลาเจนเป็นยี่ห้อหนึ่งของเมโสหน้าใส โดยเน้นฉีดผสมผสานเทคนิคการฝังเข็มตามตำแหน่งต่อมน้ำเหลือง เพื่อแก้ปัญหาผดผื่นและสิวอุดตัน ด้วยการขับสิ่งตกค้างในผิวให้ผิวหน้าแข็งแรง มีภูมิต้านทาน และลดการเกิดสิวหรือผื่นแพ้ในอนาคต
ส่วนเมโสหน้าใสเป็นตัวยาที่ใช้ฉีดใบหน้าเช่นกัน มีหลายสูตรและเน้นปรับให้ผิวขาวกระจ่างใส โดยเน้นกลุ่มวิตามิน E วิตามินเอ และวิตามินซี ซึ่งช่วยปรับสภาพผิวให้กระจ่างใสและลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน
มาเด้คอลลาเจนกับเมโสหน้าใส เลือกแบบไหนดี
ทั้งสองแบบเหมาะกับเป้าหมายที่ต่างกัน โดยมาเด้คอลลาเจนช่วยฟื้นบำรุงผิวได้ค่อนข้างครอบคลุม เพราะนอกจากช่วยเรื่องความกระจ่างใสแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาสิวและปรับผิวให้แข็งแรงขึ้น ส่วนเมโสหน้าใสจะเน้นการปรับผิวให้กระจ่างใสและลดการสร้างเม็ดสีเป็นหลัก ดังนั้นการเลือกจึงควรพิจารณาจากปัญหาผิวของตัวเองและปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกให้เหมาะสม
อัปเดต 2026: มาเด้คอลลาเจนเทียบกับสกินบูสเตอร์รุ่นใหม่
ปัจจุบันมีตัวเลือกฉีดบำรุงผิวหลากหลายกว่าเดิม การรู้ความต่างของแต่ละแบบจะช่วยให้เลือกได้ตรงกับปัญหาและงบประมาณมากขึ้น
- มาเด้คอลลาเจน / เมโสวิตามิน เน้นเติมวิตามินและปรับสมดุลผิว ช่วยเรื่องผิวแพ้ง่าย สิวอุดตัน และความชุ่มชื้น จุดเด่นคือราคาเข้าถึงง่าย
- สกินบูสเตอร์กลุ่มไฮยาลูรอน (เช่น Profhilo) เน้นเติมความชุ่มชื้นระดับลึกและกระตุ้นคอลลาเจน เหมาะกับผิวแห้งและเริ่มหย่อนคล้อย
- Rejuran (PDRN จากสารสกัดแซลมอน) เน้นซ่อมแซมผิวและลดรอยแดง เหมาะกับผิวบอบบางและรูขุมขนกว้าง
- Exosome เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยฟื้นฟูผิวระดับเซลล์ มักใช้ร่วมกับหัตถการอื่นเพื่อเสริมผลลัพธ์
สรุปคือมาเด้คอลลาเจนยังตอบโจทย์เรื่องผิวแพ้ง่ายและราคาที่เข้าถึงง่าย ส่วนถ้าเป้าหมายคือความชุ่มชื้นระดับลึกหรือการฟื้นฟูริ้วรอย การพิจารณาสกินบูสเตอร์กลุ่มอื่นร่วมด้วยอาจให้ผลที่ตรงกว่า
มาเด้คอลลาเจนมีวิธีการฉีดอย่างไร ทำไมต้องฉีด 16 จุด
มาเด้คอลลาเจนเป็นการฉีดแบบ 16 จุดทั่วใบหน้า ตามตำแหน่งของต่อมน้ำเหลืองหรือตามตำแหน่งการฝังเข็ม เพื่อฟื้นฟูผิวในระดับเซลล์และกระตุ้นการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลืองให้เกิดการขับของเสียที่ตกค้างใต้ผิว ช่วยลดความมันส่วนเกินและบำรุงผิวให้แข็งแรง อีกทั้งยังกระตุ้นให้ออกซิเจนไหลเวียนบนใบหน้าได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผิวหน้าดูกระจ่างใสและสุขภาพดี
มาเด้คอลลาเจน เหมาะกับใครบ้าง

- คนที่มีปัญหาผื่นแพ้ ผด แพ้เหงื่อ หรือแพ้แมส
- คนที่มีปัญหาสิวอุดตัน เมื่อลูบใบหน้าแล้วไม่เรียบเนียนเพราะสิ่งอุดตันใต้ผิว
- คนที่มีปัญหาผิวหน้าขาดความชุ่มชื้น แห้งกร้าน และลอกเป็นขุย
- คนที่มีปัญหาสิวแม้อายุมากแล้ว ซึ่งอาจเกิดจากฮอร์โมนผิดปกติ
- คนที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวหน้าที่อ่อนล้า เสื่อมโทรม หรือพักผ่อนน้อย
- คนที่มีปัญหาสิวอักเสบ สิวอุดตัน หรือผื่นแพ้จากสารเคมีและสเตียรอยด์
- คนที่มีปัญหาครีมบำรุงไม่ซึมสู่ผิว มาเด้คอลลาเจนจะช่วยให้ผิวเปิดรับการบำรุงได้ดีขึ้น
ใครไม่เหมาะกับการฉีดมาเด้คอลลาเจน
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาหรือส่วนผสมในมาเด้คอลลาเจน
- สตรีที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
- ผู้ที่ทานยาที่ส่งผลต่อการหยุดไหลของเลือด
- ผู้ที่มีผิวหนังอักเสบ ติดเชื้อ หรือมีแผลสด
- ผู้ที่มีประวัติใช้สารสเตียรอยด์ ซึ่งอาจส่งผลต่อการเห็นผลลัพธ์หลังฉีด
ฉีดมาเด้ อันตรายไหม มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
มาเด้คอลลาเจนเป็นวิตามินและสารสกัดจากธรรมชาติที่ดีต่อผิว จัดเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยเมื่อฉีดจากคลินิกมาตรฐานและใช้ตัวยาแท้ อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับการฉีดอื่น ๆ อาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อยได้ในบางราย ทั้งนี้ ผลลัพธ์และผลข้างเคียงขึ้นอยู่กับสภาพผิวและร่างกายของแต่ละบุคคล จึงอาจแตกต่างกันไป ก่อนฉีดจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสม
ผลข้างเคียงที่อาจพบหลังฉีดมาเด้คอลลาเจน
หลังการฉีดมักพบอาการเล็กน้อย เช่น จุดรอยแดงจากเข็มหรือรอยบวมเล็กน้อย ซึ่งมักจางหายไปภายใน 1–2 ชั่วโมง แต่หากมีผื่นแพ้ บวมแดงผิดปกติ ควรรีบเข้าพบแพทย์ทันที เพราะอาจเกิดจากการแพ้หรือการใช้ตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐาน
การเตรียมตัวก่อนฉีดมาเด้คอลลาเจน
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 2.5–3 ลิตร เพื่อให้ผิวเปิดรับการบำรุงได้ดีขึ้น
- งดยากลุ่มแอสไพรินและวิตามินที่มีผลต่อเลือด เช่น วิตามิน A, D และ E อย่างน้อยก่อนฉีด
- งดการฉีดในระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- หากเคยใช้สเตียรอยด์ แพ้ยา หรือแพ้ครีมบำรุง ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อประเมินได้อย่างเหมาะสม
- หากมีโรคประจำตัว ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทำ
การดูแลตัวเองหลังฉีดมาเด้คอลลาเจน
- งดการนวดผิวหน้าบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 1–2 วัน เพราะอาจกระทบต่อการกระจายตัวของยา
- คืนแรกหลังฉีดควรงดทาครีมบำรุงทุกชนิด และเริ่มทาได้ตามปกติในวันถัดไป
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 3 วัน เพราะอาจกระทบต่อการดูดซึมของตัวยา
- หลังฉีดอาจมีรอยช้ำแดงจากเข็ม ซึ่งจะค่อย ๆ จางหายไปภายใน 1–2 วัน
- รอยเข็มบริเวณ 16 จุดยังปิดไม่สนิท จึงควรงดสัมผัสผิวหน้าเพื่อป้องกันสิ่งสกปรกและแบคทีเรียเข้าสู่ผิว
ขั้นตอนการฉีดมาเด้คอลลาเจนใช้เวลานานไหม
- ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดด้วยการล้างและเช็ด
- โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องทายาชา แต่หากคนไข้กังวลสามารถขอแปะยาชาซึ่งใช้เวลาออกฤทธิ์ 30–40 นาที
- กรณีที่ไม่ได้ทายาชา จะมีการประคบเย็นเพื่อบรรเทาความรู้สึกขณะฉีด
- แพทย์จะฉีดมาเด้คอลลาเจนไปยัง 16 จุดทั่วใบหน้า โดยใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที
- หลังฉีดสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยควรเลี่ยงแสงแดดและงดทาครีมลงบนใบหน้าเป็นเวลา 24 ชั่วโมง
มาเด้คอลลาเจน ราคาเท่าไหร่ ต่อครั้ง
| ราคา | จำนวนครั้งในการฉีด |
|---|---|
| 2,500 บาท | ต่อการฉีดมาเด้คอลลาเจน 1 ครั้ง |
| 11,500 บาท | ต่อการฉีดมาเด้คอลลาเจน 5 ครั้ง |
| 20,000 บาท | ต่อการฉีดมาเด้คอลลาเจน 10 ครั้ง |
ทั้งนี้ ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามโปรโมชันของแต่ละช่วง จึงแนะนำให้สอบถามคลินิกก่อนเข้ารับบริการ
มาเด้คอลลาเจน ที่ไหนดี เลือกคลินิกอย่างไร
- เลือกคลินิกที่เชื่อถือได้ มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง และมีสาขาครอบคลุมเพื่อเข้ารับบริการได้สม่ำเสมอ โดยคลินิกมาตรฐานจะใช้ตัวยาแท้ที่นำเข้าอย่างถูกต้องและมี อย. รับรอง เพราะตัวยาเหล่านี้ต้องสั่งโดยแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพเท่านั้น
- มีตัวยาหลากหลายให้เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละคน และมีแพทย์ที่ให้คำปรึกษาอย่างตรงไปตรงมาเพื่อประกอบการตัดสินใจ
- ราคาเป็นไปตามมาตรฐาน หากถูกผิดปกติควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน เพราะอาจเป็นตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐาน
- มีการนัดหมายติดตามอาการอย่างเป็นระบบ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดมาเด้คอลลาเจน
ฉีดมาเด้คอลลาเจนเจ็บไหม
การฉีดมาเด้ไม่จำเป็นต้องแปะยาชา โดยจะรู้สึกเหมือนมดกัดเบา ๆ ที่จุดฉีด หากคนไข้กังวลสามารถขอแปะยาชาก่อนฉีดได้ ส่วนคนที่ไม่แปะยาชาจะมีการประคบเย็นก่อนและหลังฉีดเพื่อลดอาการบวมจากเข็ม ทั้งนี้ หลังฉีดจะมีจุดรอยแดงเล็กน้อยซึ่งจะจางลงเองใน 1–2 ชั่วโมง
มาเด้คอลลาเจนกี่ครั้งเห็นผล
โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นผลหลังฉีดเพียง 1–2 วัน หากต้องการเห็นผลเร็วขึ้นหรือมีปัญหาผิวมาก แนะนำให้ฉีดทุก 2 สัปดาห์ต่อครั้ง และเพื่อคงสภาพผิวที่ดีควรฉีดต่อเนื่องเป็นคอร์ส ทั้งนี้ ระยะเวลาการเห็นผลอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
มาเด้คอลลาเจน 1 ขวดใช้กี่ซีซี
โดยทั่วไปมาเด้คอลลาเจน 1 ขวดมีปริมาณประมาณ 2–4 ซีซี ซึ่งเพียงพอสำหรับการฉีดทั่วใบหน้า 16 จุด ทั้งนี้ปริมาณและการผสมขึ้นอยู่กับสูตรและการประเมินของแพทย์
หลังฉีดมาเด้คอลลาเจนห้ามทำอะไรบ้าง
หลังฉีดควรงดการนวดหรือสัมผัสหน้าบริเวณที่ฉีด 1–2 วัน งดทาครีมบำรุงในคืนแรก งดแอลกอฮอล์และบุหรี่อย่างน้อย 3 วัน และเลี่ยงแดดจัด เพื่อให้ผิวฟื้นตัวและตัวยาออกฤทธิ์ได้ดี
มาเด้คอลลาเจนอยู่ได้นานไหม
ผลของมาเด้คอลลาเจนไม่ถาวร โดยผิวจะดูดีต่อเนื่องหากทำเป็นคอร์สและดูแลผิวสม่ำเสมอ แต่หากหยุดทำและไม่ดูแลผิว ผิวก็จะค่อย ๆ กลับสู่สภาพเดิม
ข้อเสียของการฉีดมาเด้คอลลาเจนมีอะไรบ้าง
ข้อจำกัดหลักคือผลไม่ถาวรจึงต้องทำต่อเนื่องเป็นคอร์ส มีค่าใช้จ่ายตามจำนวนครั้ง อาจมีรอยแดงหรือช้ำจากเข็มชั่วคราว และผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อนว่าเหมาะกับผิวของเราหรือไม่
รีวิว ฉีดมาเด้คอลลาเจน ก่อน-หลังทำ





สรุป
การฉีดมาเด้คอลลาเจนเป็นการเสริมสร้างพื้นฐานของผิวให้แข็งแรงและเปิดรับการบำรุงได้ดีขึ้น ช่วยดูแลปัญหาผดผื่นและอาการแพ้ของผิวได้ตรงจุด โดยหลายคนรู้สึกว่าสิวอุดตันที่เคยมีดูดีขึ้นและช่วยลดโอกาสการเกิดสิวใหม่ อย่างไรก็ตาม มาเด้คอลลาเจนเป็นการดูแลผิวแบบต่อเนื่องที่ให้ผลไม่ถาวร และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ก่อนตัดสินใจฉีดจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและเลือกคลินิกที่ใช้ยาแท้ได้มาตรฐานเพื่อความปลอดภัย
แหล่งอ้างอิง
The Tweakments Guide. (2024). Mesotherapy: Skin Rejuvenation. The Tweakments Guide. https://thetweakmentsguide.com/tweakments/mesotherapy/
Savoia, A., et al. (2013). Clinical and biometrological efficacy of a hyaluronic acid-based mesotherapy product: a randomised controlled study. National Library of Medicine. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3778226/
Cleveland Clinic. (2022). Collagen. Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/articles/23089-collagen