วิธีแก้ปัญหาหน้าหมองคล้ำ หน้าโทรม ด้วยวิธีไหนบ้าง ทำให้หน้าใสเป็นธรรมชาติ

หน้าหมองคล้ำ

สาเหตุของใบหน้าที่หมองคล้ำขึ้น เป็นปัญหาผิวที่เกิดได้จากหลายปัจจัย ส่งผลให้บุคลิกภาพแย่ลง ขาดความมั่นใจได้ ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้ด้วยหลากวิธี สำหรับคนที่ต้องการวิธีช่วยฟื้นฟูผิวหน้าให้กลับมาขาว กระจ่างใส ดูมีออร่า ควรเลือกวิธีที่ได้ประสิทธิภาพสูงและปลอดภัย ร่วมกับการดูแลตัวเอง แนะนำให้ศึกษาแต่ละวิธีอย่างละเอียดเพื่อให้ได้วิธีที่เหมาะสม

สาเหตุปัญหา หน้าหมองคล้ำ เกิดจากอะไร?

การเกิดความหมองคล้ำที่ผิวหน้าสามารถมาได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ส่วนมากมักเกิดขึ้นจากการดูแลตัวเองที่ไม่เพียงพอ ขาดความใส่ใจ หรือละเลยเรื่องสุขภาพ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่มองข้ามก็ส่งผลให้หน้าหมองคล้ำได้ในระยะยาว ปัจจัยหลักที่ส่งผลมากที่สุดมักเกิดจากสาเหตุและปัจจัยเหล่านี้

ปัญหาหน้าหมองจากแดด

หน้าหมองจากแดด

แสงแดดเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ส่งผลโดยตรงต่อความหมองคล้ำของผิวหน้า เนื่องจากในแดดมีแสง UV ที่ทำร้ายผิว ทำให้ผิวคล้ำ รวมทั้งก่อให้เกิดความเหี่ยวย่น ริ้วรอย และจุดด่างดำได้ ความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวจะลดลง ผิวหนังผลิตเม็ดสีเมลานินออกมามากขึ้น ผิวจึงเปลี่ยนเป็นสีเข้ม เกิดได้ทั้งในคนที่มีผิวขาวและผิวคล้ำ

ผิวหน้าไม่ได้ผลัดเซลล์

วงจรการสร้างเซลล์ผิวของมนุษย์โดยทั่วไปแล้วจะอยู่ประมาณ 4 สัปดาห์ต่อครั้ง ซึ่งพออายุเยอะขึ้นการผลัดเซลล์ผิวจะลดลง ทำให้เกิดเป็นความหมองคล้ำเนื่องจากเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วไม่ถูกขจัดออกไป ดังนั้นคนที่ไม่ได้ทำการสครับผิวหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวก็มีโอกาสที่จะมีผิวหน้าหมองคล้ำได้มากขึ้น ผิวขาดความกระจ่างใส ไม่มีชีวิตชีวาได้เช่นกัน

ดื่มน้ำน้อยเกินไป

ดื่มน้ำน้อย

น้ำเป็นของเหลวที่หล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย รวมถึงเป็นส่วนประกอบสำคัญของผิวหนังอีกด้วย โดยใน 1 วันควรดื่มน้ำ 8 – 10 แก้วขึ้นไป ซึ่งการที่ดื่มน้ำไม่เพียงพอจะทำให้ผิวหน้าขาดความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่นน้อยลง สารอาหารไปเลี้ยงผิวไม่เพียงพอ ส่งผลให้ผิวหน้าหมองคล้ำลง นอกจากนี้ยังดูไม่สดใส และอาจทำให้เกิดปัญหาผิวอื่นๆ ตามมาได้

สาเหตุจากความเครียด

อาการเครียด

ความเครียดเป็นสภาวะด้านจิตใจที่สามารถส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ เพราะระหว่างที่รู้สึกเครียดจะมีการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลซึ่งทำให้ร่างกายผลิตน้ำมันมากยิ่งขึ้นได้ เป็นสาเหตุของสิว ความหมองคล้ำ และผิวที่แห้งกร้าน ทำให้ดูโทรมลงเหมือนคนไม่ได้พักผ่อน เป็นผลเสียทั้งต่อผิวหน้าและสุขภาพ

ลักษณะและอาการที่สังเกตได้ว่าหน้าหมองคล้ำ

วิธีการสังเกตผิวหน้าที่มีความหมองคล้ำสามารถดูได้จากหลายปัจจัยด้วยกัน โดยผิวที่หมองคล้ำไม่เพียงแต่มีสีที่เข้มขึ้น แต่ยังสังเกตได้จากลักษณะอื่นๆ ร่วมด้วยได้ดังนี้

  • สีผิวไม่สม่ำเสมอกัน เมื่อเกิดความหมองคล้ำ อาการเบื้องต้นที่สังเกตได้เลยก็คือ สีผิวเริ่มขาดความสม่ำเสมอ โดยจะมีบางส่วนที่มีสีเข้มกว่าส่วนอื่นๆ เห็นความต่างได้ชัดเจนเมื่อเทียบกับสีผิวปกติ และจะยิ่งชัดมากที่สุดหลังออกแดดหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งมาเป็นเวลานาน หากปล่อยไว้นานๆ ผิวจะเริ่มเข้มขึ้นทั่วทั้งผิวหน้าและรักษาได้ยากขึ้น
  • หน้าเป็นฝ้า ปัญหาผิวที่แก้ได้ยากซึ่งเกิดควบคู่กับความหมองคล้ำ คือ จุดด่างดำ หรือ ฝ้า มักเกิดจากสาเหตุผิวถูกทำร้ายจากแสงแดด ในบางรายที่มีผิวสีเข้มอยู่แล้วอาจสังเกตเห็นความหมองคล้ำได้ยาก แต่หากมีฝ้า กระ หรือจุดด่างดำขึ้นที่ผิวหน้า ก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ชัดเจนว่าผิวกำลังเผชิญอยู่กับปัญหาความหมองคล้ำแล้วนั่นเอง
  • ผิวแห้งกร้าน นอกจากความไม่สม่ำเสมอของสีผิวและฝ้า กระ ที่สามารถขึ้นมาพร้อมความหมองคล้ำได้แล้ว ยังมีปัญหาผิวอย่างความแห้งกร้านที่บ่งชี้ได้ว่าผิวอยู่ระหว่างการถูกทำร้าย เนื่องจากเมื่อเซลล์ผิวอ่อนแอจะส่งผลโดยตรงทำให้ขาดความยืดหยุ่น ผิวขาดความชุ่มชื้นและน้ำหล่อเลี้ยง เกิดเป็นความแห้งกร้าน ผิวหน้าหยาบกว่าปกติ ซึ่งมาพร้อมกับความหมองคล้ำได้นั่นเอง

ข้อเสียของปัญหาหน้าหมองคล้ำ ส่งผลเรื่องอะไรบ้าง?

ผิวหน้าที่ดีควรมีลักษณะของความชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง อิ่มน้ำ และมีความกระจ่างใส ซึ่งการเกิดความหมองคล้ำทำให้ขาดความสวยงาม ดูสุขภาพไม่ดี พร้อมปัญหาอื่นๆ ที่เกิดตามขึ้นมาได้ดังต่อไปนี้

  • ทำให้ไม่มีราศี ความสวยงามเป็นความประทับใจแรกพบซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความมั่นใจในตัวเอง เสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี เมื่อผิวหน้าเกิดความหมองคล้ำจึงทำให้สูญเสียออร่าได้ โดยเฉพาะกับคนที่ทำงานที่ต้องพบปะผู้คน การมีผิวกระจ่างใสจะช่วยส่งเสริมในจุดนี้ได้ดีกว่า
  • แต่งหน้าไม่ติด การมีผิวหน้าหมองคล้ำมีสาเหตุจากผิวถูกทำร้าย ซึ่งไม่เพียงแต่เกิดความหมองคล้ำเท่านั้น ผิวยังแห้งกร้าน ขาดน้ำ ทำให้แต่งหน้าได้ยากขึ้น รองพื้นไม่ค่อยติดผิว หรือเฉดสีที่เคยใช้อาจไม่เหมาะกับสีผิว ทำให้ต้องเปลี่ยน เสียเวลาและเสียเงินมากกว่าเดิม
  • ดูมีอายุมากขึ้น ผิวหน้าหมองคล้ำยังส่งผลให้ภาพลักษณ์ดูโทรมขึ้น ผิวขาดความเปล่งประกาย ไม่เป็นไปตามวัยที่เหมาะสม ทำให้ดูมีอายุมากขึ้น นอกจากนี้ยังอาจมาพร้อมความเหี่ยวย่นและริ้วรอยได้ ซึ่งส่งผลให้อายุผิวมากกว่าอายุจริง
  • ดูเป็นคนสุขภาพไม่ดี การมีผิวหน้าหมองคล้ำทำให้ดูสุขภาพผิวแย่ลง เหมือนคนไม่ได้พักผ่อน หรือเหมือนคนป่วย ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ได้ ขาดความน่าเชื่อถือ กระทบต่อหน้าที่การงาน

วิธีแก้ปัญหาหน้าหมองคล้ำ

ปัญหาหน้าหมองคล้ำส่งผลต่อความสวยงาม ทำให้ขาดความมั่นใจ และยังกระทบต่อหน้าที่การงานได้ ดังนั้นหากประสบปัญหานี้อยู่ ควรหาวิธีแก้ไขและรักษาที่เหมาะสมเพื่อฟื้นคืนผิวหน้ากระจ่างใสกลับมาโดยเร็วที่สุด

เลเซอร์หน้าใส แก้หน้าหมองคล้ำ

1. เลเซอร์หน้าใส

เลเซอร์หน้าใสเป็นการใช้เทคโนโลยีเลเซอร์เข้ามายิงตรงสู่ผิวเพื่อระงับการสร้างเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติ สามารถจับจุดได้ดี ไม่ทำร้ายผิวในบริเวณที่ไม่ต้องการหากเลือกประเภทเลเซอร์ที่เหมาะสม เป็นวิธีที่เหมาะกับคนที่ต้องการให้เห็นผลลัพธ์เร็ว ช่วยรักษารอยดำได้ รวมถึงยังทำให้ผิวกลับมากระจ่างใส มีชีวิตชีวา เนื่องจากกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวได้ดี

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าเหมาะกับวิธีนี้ไหมสามารถอ่านเพิ่มเติมจากบทความ : เลเซอร์หน้าใส ช่วยอะไร? เหมาะกับใคร ราคาเท่าไหร่ ทำที่ไหนดี 2022

วิตามินจากผลไม้ ช่วยฟื้นฟูผิวคล้ำ

2. กินวิตามินผิว

วิตามินซีและกลูต้ามีส่วนช่วยให้ผิวกระจ่างใส สามารถพบได้ในผัก ผลไม้หลายชนิด แต่ปัจจุบันก็มีการกินวิตามินแบบเม็ดซึ่งสะดวกและเห็นผลไวกว่า ไม่ต้องกินผักหรือผลไม้สดในปริมาณมากๆ เพื่อให้เห็นผล โดยการกินวิตามินแบบเม็ดจะทำให้ร่างกายดูดซึมได้ไวขึ้นโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยมากเท่าการกินผลไม้ เหมาะกับคนที่เร่งรีบ ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส มีออร่า ดูสดใสขึ้น แต่มีข้อจำกัดคือไม่สามารถเลือกกำหนดให้ขาวขึ้นเฉพาะผิวหน้าได้

ครีมบำรุงผิวหน้า

3. ทาครีมบำรุงผิวหน้า

สกินแคร์หรือครีมบำรุงผิวหน้าที่มีคุณสมบัติช่วยเรื่องความขาวกระจ่างใส หากเลือกใช้เป็นประจำต่อเนื่องสามารถปรับสีผิวให้สม่ำเสมอขึ้น ผิวหน้าขาว ลดความหมองคล้ำได้ ซึ่งควรทาควบคู่กับครีมกันแดดในตอนกลางวันเพื่อลดการเกิดความหมองคล้ำขึ้นมาใหม่ เป็นการบำรุงอย่างล้ำลึก แต่อาจเห็นผลได้ช้า เหมาะกับคนที่มีวินัยในการทำ เพราะใช้เวลานาน

4. รักษาความสะอาดบนใบหน้า

ผิวหมองคล้ำยังเกิดจากการสะสมสิ่งสกปรกบนผิวหน้า ร่วมกับเซลล์ผิวเก่าที่ไม่ถูกผลัดออก วิธีรักษาด้วยการทำความสะอาด ใช้ผลิตภัณฑ์เร่งการผลัดเซลล์ผิว หรือทำสครับอย่างสม่ำเสมอก็สามารถช่วยให้ผิวหน้ากลับมาขาวขึ้นได้ เหมาะกับคนที่ต้องการให้ผิวขาวขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ ไม่มีปัญหาผิวอื่นๆ ร่วมด้วย

5. ฉีดเมโสหน้าใส

การฉีดเมโสหน้าใส เป็นการฉีดวิตามินผิวเพื่อช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น เพิ่มความกระจ่างใส ลดความหมองคล้ำ โดยการฉีดสารสกัดเข้มข้นจากวิตามิน คอลลาเจน โคเอนไซม์และกลูต้าไธโอน ซึ่งเป็นอาหารผิวที่ได้จากธรรมชาติเพื่อช่วยในการฟื้นฟูผิว เหมาะกับคนที่อยากให้ผิวขาวโกลว์จากภายใน ปลอดภัย และเห็นผลลัพธ์ได้นาน โดยการฉีดเมโสหน้าใสมี 2 แบบด้วยกันที่นิยมดังนี้

ฉีดมาเด้ ขับสารพิษบนใบหน้า
  • ฉีดมาเด้คอลเจน มาเด้คอลลาเจนเป็นยี่ห้อหนึ่งของเมโสหน้าใส เน้นผลลัพธ์เรื่องการขับสารพิษในผิว ทำให้ผิวหน้ากลับมากระจ่างใส เปล่งประกาย ผิวแข็งแรง ดูสุขภาพดีขึ้น มีเทคนิคการฉีดที่จุดฝังเข็ม 16 จุด ทำให้การกระจายของตัวยามีประสิทธิภาพ สามารถแก้ปัญหาสิวอุดตันได้ด้วย (ใครเหมาะกับวิธีนี้บ้างอ่านเพิ่มเติม ข้อควรรู้ก่อนฉีดมาเด้คอลลาเจน made 16 จุด คือะไร มีความเสี่ยงอะไรบ้าง 2022 )
  • ฉีดไซโตแคร์ การฉีดตัวยาที่ช่วยกระตุ้นให้คอลลาเจนใต้ผิวทำงานได้ดีขึ้น สามารถลดฝ้ากระได้ และยังทำให้เกิดการผลัดเซลล์ผิว ช่วยแก้ปัญหาผิวหมองคล้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ หน้าเปล่งปลั่ง โกลว์สวยขึ้นเมื่อฉีดเป็นประจำทุกเดือน
โปรโมชั่นฉีด made collagen

การดูแลตัวเองไม่ให้หน้าหมองคล้ำ

นอกจากการเลือกวิธีแก้ความหมองคล้ำแล้ว ควรต้องดูแลตัวเองด้วยวิธีอื่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวกลับมาหมองคล้ำอีก ด้วยวิธีดังนี้

  • ทาครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพก่อนทำกิจกรรมกลางแจ้ง
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 – 10 แก้ว
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอในแต่ละวัน
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ ที่ช่วยเรื่องผิว
  • หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความเครียด

สรุปวิธีไหนช่วยแก้หน้าหมองคล้ำ ได้เร่งด่วน และปลอดภัย

การเลือกวิธีแก้หน้าหมองคล้ำที่ดีที่สุดคือวิธีที่ตอบโจทย์ตามความต้องการของตนเอง แต่หากอยากได้วิธีที่ปลอดภัย เห็นผลได้ไว เลือกการฉีดเมโสหน้าใสก็ช่วยได้ เพราะสามารถปรับผิวให้กระจ่างใสได้ใน 7 – 14 วัน และคงอยู่ได้นานประมาณ 1 เดือน เจ็บน้อย ไม่ต้องพักฟื้น และไม่เป็นอันตราย หากได้รับตัวยาที่ได้มาตรฐาน ฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ราคาจับต้องได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง