ฉีดโบท็อกลดกราม ช่วยอะไรบ้าง อันตรายไหม อยู่ได้นานไหม ใช้กี่ยูนิต ราคาเท่าไหร่

ฉีดโบท็อกลดกราม ปรับรูปหน้าเรียว

โบท็อกกรามเป็นหัตถการที่ให้ผลลัพธ์ชัด จากการฉีดลดกล้ามเนื้อส่วนกรามให้เล็กลง และไม่ต้องพักฟื้นตัวหลังทำ ซึ่งถือเป็นหัตถการที่คุณหมอจะแนะนำให้ฉีดหากต้องการผลลัพธ์หน้าเรียวขึ้น แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าโบท็อกในท้องตลาดมียี่ห้อไหนบ้างที่ผ่านมาตรฐานอย. และปลอดภัย ควรเลือกยี่ห้อไหนถึงจะดี? ราคาแพงไหม? ฉีดไปแล้วเห็นผลนานกี่เดือน และมีวิธีเช็คอย่างไรว่าหลังฉีดไปแล้วหน้าจะเรียวขึ้นและเห็นผล

หัวข้อเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกลดกราม สามารถเลือกอ่านได้เลยค่ะ

การฉีดโบท็อกลดกราม เหมาะกับใคร
การฉีดโบท็อกกราม ให้หน้าเรียวขึ้น

โบท็อกกราม คืออะไร?

โบท็อกกราม คือ การฉีดสารที่มีชื่อว่า โบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin type A) ซึ่งเป็นสารสกัดจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า คลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium Botulinum) โดยฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อบริเวณกราม มีผลทำให้มัดกล้ามเนื้อทำงานลดลงชั่วคราว และทำให้ขนาดกล้ามเนื้อเล็กทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น โดยจะให้ผลที่ดีมากในเคสคนไข้มีกล้ามเนื้อบริเวณกรามเยอะมากๆ และสามารถอยู่ได้นาน 5-6 เดือน ต่อการฉีด 1 ครั้ง

โบท็อกกรามช่วยเรื่องไหนบ้าง?

Botox กรามช่วยเรื่องไหนบ้าง

การฉีดโบท็อกกรามนั้นหลักๆ จะช่วยแก้ไขลดขนาดกราม แก้ปัญหากรามใหญ่ ช่วยปรับรูปหน้าให้มีเรียวเล็กขึ้น กระชับขั้น สร้างกรอบหน้าวีไลน์และทำให้กรอบหน้ามีมิติที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถช่วยแก้ปัญหาสำหรับคนที่นอนกัดฟันได้อีกด้วย เนื่องจากตัวยาจะไปทำให้กล้ามเนื้อกรามอ่อนแรงจนและหดตัวลงนั่นเอง

ใครบ้างที่เหมาะสำหรับฉีดโบท็อกลดกราม

ฉีดโบท็อกลดกราม เหมาะกับรูปหน้าแบบไหน

ฉีดโบท็อกกรามเหมาะกับคนไข้ทุกคนที่ต้องการกรอบหน้าเรียวลงอย่างเป็นธรรมชาติ เนื่องจากโบท็อกทำงานได้ดีมากในเคสคนไข้กล้ามเนื้อเยอะ ดังนั้น อาจจะไม่ได้ผลในเคสคนไข้ที่กรามดูใหญ่จากกระดูกการฉีดโบท็อกลดกราม จึงตอบโจทย์และเหมาะกับคนไข้ที่มีความต้องการดังนี้

  • มีกล้ามเนื้อบริเวณกรามเยอะ
  • ต้องการลดขนาดกรามลงอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ต้องการลดขนาดกรามแต่ไม่อยากผ่าตัดใหญ่
  • ต้องการลดขนาดกรามได้ผลลัพธ์เร็วโดยไม่ต้องพักฟื้น

ซึ่งการฉีดโบท็อกกรามนั้นก็ใช่ว่าจะเหมาะกับทุกคน โดยวิธีตรวจสอบเบื้องต้นว่าเราเหมาะกับการฉีดโบท็อกกรามไหมจะต้องทำการเช็กตัวเองคือ 

วิธีเช็คว่าเราเหมาะกับการฉีดโบท็อกกรามไหม
  • ลองกัดฟันแล้วจับคลำบริเวณกราม หากรู้สึกว่ามีกล้ามเนื้อขนาดใหญ่นูนขึ้นมาแบบชัดเจน กรณีนี้สามารถฉีดโบท็อกลดกรามได้
  • ลองกัดฟันแล้วจับบริเวณดูแล้วพบว่านิ่ม ซึ่งอาจเป็นเพราะมีไขมันที่แก้มเยอะ ซึ่งกรณีนี้เหมาะกับการฉีดเมโสแฟตหรือดูดไขมันมากกว่า
  • ลองกัดฟันแล้วพบว่าบริเวณกล้ามเนื้อกรามมีลักษณะแข็งและพยายามจะขยับออก ในกรณีนี้จะเหมาะกับการปรับรูปหน้าด้วยการผ่าตัดศัลยกรรม

ฉีดโบท็อกลดกราม อย่างไรให้ได้ผล มีวิธีเช็คยังไง?

ก่อนอื่นเราควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของสาเหตุกรามใหญ่เกิดจากอะไร เพราะเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการฉีดโบท็อกหน้าเรียวกันก่อน เพราะสาเหตุหลักเกิดจากสามส่วนประกอบกัน คือ “กระดูก ไขมัน และกล้ามเนื้อ” สำหรับการฉีดโบท็อกกรามจะได้ผลดีกับคนไข้ที่มีกล้ามเนื้อขนาดใหญ่

ลักษณะใบหน้าที่ฉีดโบลดกรามได้ผล
ลักษณะของใบหน้าที่มีกล้ามเนื้อกรามเยอะ

วิธีเช็ค: แล้วเราจะทราบได้อย่างไร ว่าตัวเองเป็นคนที่กรามใหญ่จากกระดูกหรือกล้ามเนื้อ คนไข้สามารถทดสอบโดยการกัดฟันแล้วจับบริเวณกราม หากจับแล้วมีกล้ามเนื้อปูดๆ ออกมา นั่นหมายถึงกล้ามเนื้อ สามารถฉีดโบท็อกได้ผลอย่างดีเลยค่ะ

หลังฉีดโบท็อกลดกล้ามเนื้อบริเวณกราม

ข้อแนะนำ: การฉีดโบท็อกกรามเป็นหัตถการที่ฉีดแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงก็จริง แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากเหมือนกับการผ่าตัดกราม คอนเซ็ปต์ของการฉีดกรามก็คือ เพื่อให้ใบหน้าเรียวลงอย่างธรรมชาติและจัดการกับกล้ามเนื้อบริเวณกรามได้โดยตรงและเห็นผลชัดเจน แม้แต่ในเคสคนไข้ที่ตัดกรามแล้ว แต่ยังคงเหลือกล้ามเนื้ออยู่ก็ต้องโบท็อกซ์บริเวณกรามเพื่อให้กล้ามเนื้อที่คงเหลืออยู่เล็กลงหรือทำงานได้น้อยลงด้วย กล่าวคือ การฉีดโบท็อกได้ผลดีมากในเคสที่กล้ามเนื้อบริเวณกรามเยอะนั่นเองค่ะ

นอกจากโบท็อกกราม มีวิธีไหนที่ช่วยทำให้หน้าเรียวได้บ้าง?

ฉีดโบท็อกลดกราม ให้หน้าเรียว

เนื่องจากวิธีทำให้หน้าเรียวในปัจจุบันมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านความงามก้าวหน้าและทันสมัยขึ้น อีกทั้งยังมีความปลอดภัยสูง ทำให้เกิดวิธีการแก้ปัญหาหลากหลายแบบ ดังต่อไปนี้

  1. เมโสแฟต สามารถฉีดร่วมกับโบท็อกกรามได้ ช่วยสลายไขมันส่วนเกินบริเวณกรอบหน้า ช่วยให้กรอบหน้าเรียวลงชัดเจนขึ้น
  2. โบท็อกลิฟหน้า เป็นเทคนิค Nefertiti lift ช่วยให้ผิวกระชับบริเวณกรอบหน้ากรามกระชับไม่หย่อนคล้อย
  3. ร้อยไหม จะแนะนำให้เคสคนไข้ผิวหนังช่วงแก้มหย่อนคล้อย สามารถทำร่วมกับโบท็อกกรามได้ จะทำให้หน้าเรียวกระชับ
  4. เลเซอร์ยกกระชับ เช่น Hifu, Sygmalift, Thermage , Ulthera แต่ละเครื่องจะเหมาะสมกับลักษณะผิวแตกต่างกัน แนะนำในคนไข้ผิวคล้อยมากๆ สามารถทำร่วมกับโบท็อกกรามได้เช่นเดียวกัน
  5. เติมฟิลเลอร์ เติมเต็มร่องลึกบนใบหน้า เช่น หน้าผาก ใต้ตา ร่องแก้ม. และเติมคางทำให้รูปหน้าดูเรียวลงได้ สามารถทำควบคู่กับโบท็อกกรามได้เช่นเดียวกัน
  6. ดูดไขมันหน้า เหมาะสำหรับเคสไขมันมากที่ฉีดเมโสแฟตแล้วไม่ได้ผล เป็นการผ่าตัดต้องอยู่ภายใต้การดูแลของศัลยแพทย์ พักฟื้นนาน
  7. ผ่าตัดกระดูกกราม เหมาะสำหรับคนไข้ที่กรามใหญ่จากกระดูก ไม่สามารถโบท็อกกรามได้แล้ว เป็นการผ่าตัดต้องทำโดยศัลยแพทย์ และต้องมีเวลาพักฟื้นอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์

โบท็อกกราม VS เมโสแฟต VS ร้อยไหม แบบไหนเห็นผลกว่ากัน?

แต่ละวิธีสามารถให้ผลลัพธ์ใบหน้าเรียวได้ขึ้นกับปัญหาใบหน้าในแต่ละเคส เพราะแต่ละวิธีเหมาะสมลักษณะใบหน้าที่แตกต่างกัน หลายๆเคสคุณหมอจะแนะนำให้ทำร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหากรอบหน้า

  • โบท็อก เหมาะกับคนไข้กล้ามเนื้อเยอะ สังเกตจากการกัดฟันแล้วกล้ามเนื้อกรามปูดออกมา สามารถฉีดโบท็อกแล้วเห็นผลได้ดี
  • การฉีดเมโสแฟตเหมาะกับคนไข้ที่มีไขมันส่วนเกินบริเวณกรอบหน้า ใต้คาง เหนียง สามารถฉีดสลายไขมันได้
  • ร้อยไหม เหมาะกับคนไข้ผิวบริเวณแก้มคล้อยตกลง สามารถร้อยไหมเพื่อกระชับผิวร่วมกับการฉีดโบท็อกได้

ฉีดโบลดกราม อันตรายไหม?

ฉีดโบท็อกลดราม เป็นหัตถการที่ปลอดภัยสูงสุด หากได้รับการฉีดด้วยโบท็อกแท้ จะไม่มีผลข้างเคียงหรือส่งผลเสียใดๆในอนาคตเลย เนื่องจากโบท็อกมีฤทธิ์ชั่วคราว ต้องฉีดซ้ำเรื่อยๆ แต่กรณีคนไข้ได้รับการฉีดโบท็อกโดยใช้สารโบท็อกที่ไม่ได้มาตรฐานหรือของปลอม รวมถึงโบท็อกหมดอายุ ส่งผลเสียต่อคนไข้นั่นคือ จะมีอาการดื้อยา ฉีดแล้วไม่ได้ผลและต้องใช้โดสที่มากขึ้นเรื่อยๆ

สาเหตุของการฉีดโบท็อกกรามแล้วปากเบี้ยว ยิ้มไม่สุด

สำหรับคนไข้ที่ฉีดกับแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ ใบหน้าอาจแข็งตึงหรือปากเบี้ยวหลังการฉีดได้ แต่นั่นคืออาการชั่วคราวเท่านั้น สำหรับคนไข้ที่ฉีดกับแพทย์เชี่ยวชาญด้วยโบท็อกของแท้ จะได้รูปหน้าเรียวลงอย่างเป็นธรรมชาติ และไม่มีผลข้างเคียงใดๆเลยหลังการฉีดค่ะ

ฉีดโบท็อกกรามต้องฉีดกี่ยูนิตถึงจะเห็นผล

จำนวนปริมาณโบท็อกที่เหมาะกับการใช้ฉีดกรามจะอยู่ที่ 20-30 ยูนิตต่อข้าง ซึ่งก่อนฉีดคนไข้ควรเข้าปรึกษากับแพทย์เพื่อทำการประเมินและคำนวณปริมาณโบท็อกก่อนฉีดเนื่องจากปัญหาขนาดกรามของคนไข้แต่ละคนไม่เท่ากันจึงทำให้ใช้ปริมาณโบท็อกไม่เท่ากันด้วยนั่นเอง

ฉีดโบท็อกลดกราม กี่วันเห็นผล?

หลังฉีดโบท็อกกรามแล้วอาจรู้สึกตึงๆเมื่อยๆบริเวณกราม สามารถเคี้ยวหรือขยับกรามบ่อยๆเพื่อกระจายตัวยาได้ โดยช่วง 2 สัปดาห์หลังฉีดจะรู้สึกว่ากรามลดลง โดยลดลงเต็มที่ใช้เวลา 2 -3 เดือน หน้าจะเริ่มเข้าที่

ฉีดโบลดกราม อยู่ได้นานไหม?

โดนปกติแล้วหลังจากตัวยาโบท็อกจะออกฤทธิ์แล้ว จะสามารถลดกล้ามเนื้อกรามบริเวณที่ฉีดได้นานประมาณ 5-6 เดือน (โบท็อกเกาหลีจะคลายเร็วกว่าโบท็อกอเมริกา) และไม่แนะนำให้ฉีดโบท็อกถี่เกินไป สามารถมาฉีดซ้ำได้ในเดือนที่ 4-5 หลังการฉีดเพื่อคงสภาพผลลัพธ์ แต่ไม่ควรเว้นนานเกิน 6 เดือนเพราะกล้ามเนื้อจะคืนสู่สภาพเดิมทำให้ต้องใช้จำนวนโบท็อกมากขึ้น

ฉีดโบท็อกลดกราม เจ็บไหม?

ขณะฉีดจะรู้สึกเจ็บนิดๆแต่มีการประคบน้ำแข็งทั้งก่อนฉีดและขณะฉีดเพื่อลดการไหลเวียนของเลือดบริเวณที่ฉีดทำให้การกระจายยาไม่เป็นวงกว้างเกินไป ได้ผลเฉพาะจุดที่ต้องการ ผลพลอยได้คือคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บขณะฉีดอีกด้วย (หากคนไข้มีความกังวลสามารถแปะยาชาก่อนการฉีดโบท็อกได้)

ฉีดเติมโบท็อกกรามต้องเว้นระยะกี่เดือน ฉีดบ่อยๆ ได้ไหม

ระยะเวลาในการเว้นการฉีดโบท็อกนั้นควรอยู่ที่ขั้นต่ำ 3 เดือน แต่ก็ไม่ควรเว้นนานเกิน 6 เดือนเพื่อคงผลลัพธ์เพราะหากเว้นระยะนานกว่านี้อาจทำให้ต้องมีการปรับปริมาณโบท็อกที่ต้องใช้ให้เพิ่มมากขึ้น

การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกกราม

การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกกราม
  • งดใช้ยากลุ่มกรดวิตามินที่มีส่วนช่วยในการผลัดเซลล์ผิวอย่าง วิตามิน A, BHA, AHA เป็นเวลา1-2 วันก่อนฉีด
  • งดสครับหน้า เป็นเวลา 1-2 วันก่อนฉีด เนื่องจากทำให้เป็นรอยเข็มได้ง่ายกว่าปกติ
  • งดทานยากลุ่ม NSAIDS อาทิเช่น Brufen, Motrin, Naproxen วิตามินอี น้ำมันปลา เป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • ก่อนฉีดควรงดดื่มแอลกอฮอลล์ 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาการอักเสบระคายเคือง 

การดูแลตัวเองหลังโบท็อกกราม เพื่อให้ตัวยามีผลนานขึ้น

การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อก
  • หลังฉีดโบท็อกทันทีควรรีบขยับบริเวณที่ฉีด เช่น หากฉีดกรามให้ขยับกราม อ้าปากเคี้ยวหรือยิ้มกว้างเพื่อช่วยให้ตัวยากระจายได้ดี แนะนำบริหารกล้ามเนื้อเป็นเวลา 30นาที
  • ปัจจัยที่ทำให้โบท็อกสลายไวคือความร้อนและการไหลเวียนของเลือด เลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดความร้อนบนใบหน้าและงดก้มหัวต่ำอย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังการฉีด
  • ฉีดโบท็อกต่อเนื่องเพื่อคงสภาพผลลัพธ์ ระยะที่แนะนำคือ ช่วง 4-5 เดือนหลังการฉีดครั้งแรก

โบท็อกกราม ยี่ห้อไหนดี? เช็คของแท้-ปลอมอย่างไร?

โบท็อกที่กังนัมคลินิก แนะนำคนไข้จะมี 2 ยี่ห้อ คือ Allergan โบท็อกอเมริกาและโบท็อกเกาหลี Hugel Toxin ทั้งสองยี่ห้อมีความบริสุทธิ์ใกล้เคียงกันคือ 99.5% มาดูจุดแด่นของทั้งสองยี่ห้อกันเลย

โบท็อกลดกราม ยี่ห้อ Botulinum

Botox Allergan หรือ โบท็อกอเมริกา

เป็นบริษัทต้นแบบของโบท็อกที่มีงานวิจัยรับรองยาวนานที่สุดและผ่านการพัฒนามาเพื่อทำให้โอกาสดื้อโบท็อกน้อยที่สุด และผลการรักษาดีที่สุดเมื่อเทียบกับโบท็อกยี่ห้ออื่นๆ มีการกระจายตัวยาแคบ คุณหมอสามารถคาดการออกฤทธิ์ของยาได้อย่างแม่นยำ ทำให้ผลลัพธ์ออกมาดี เหมาะกับการฉีดยกกระชับ ด้วย เทคนิค Nefertiti lift การฉีดโบท็อกเข้ากล้ามเนื้อเพื่อให้เห็นผลชัดเจนและอยู่ได้นานต้องฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น มิเช่นนั้นอาจมีอาการคิ้วไม่เท่ากัน หรือยิ้มไม่เท่ากันได้

วิธีเช็คโบท็อก Allergan ขนาด 100 Units ของแท้

  1. หากฉีดกับกังนัมคลินิก คลินิกมาตรฐานมั่นใจได้เลยว่าโบท็อกที่ใช้เป็นของแท้ สภาพกล่องโบท็อกอยู่ในสภาพสมบูรณ์ แกะกล่องเปิดใหม่ให้คนไข้ทุกครั้ง
  2. ข้างกล่องมีซีลใสแปะป้องกันการเปิด
  3. มีเลขทะเบียนอย.ชัดเจนและเอกสารกำกับภาษาไทย
  4. เลข Lot จะมีด้วยกันทั้งหมด 2 จุด คือ กล่องและขวด โดยทั้งสองจุดต้องเป็นเลขที่ตรงกัน
  5. สามารถตรวจสอบโทรเช็ครายชื่อคลินิกที่ได้สั่งซื้อจากบริษัท Allergan ประเทศไทยได้
  6. โบท็อกเป็นสีขุ่นเคลือบที่ก้นขวด ต้องใช้เข็มน้ำเกลือดูดตัวยาออกมาผสมก่อนฉีด
โบท็อกกรามของแท้ ยี่ห้อ Hugel toxin

Hugel Toxin หรือ โบท็อกเกาหลี

เป็นยี่ห้อจากประเทศเกาหลีใต้ ประเทศต้นตำรับการปรับโครงหน้าที่โด่งดังไปทั่วโลก โบท็อกเกาหลีมีความบริสุทธิ์เทียบเท่ากับโบท็อกอเมริกาในราคาที่ถูกกว่า ตัวยาออกฤทธิ์เห็นผลเร็วกว่า 2-3 วัน การกระจายตัวยาเป็นวงกว้าง ให้ผลลัพธ์ธรรมชาติมากกว่า และจากที่ฉีดให้คนไข้มาหลายหมื่นคนพบว่า โบท็อกเกาหลีตัวยาจะหมดฤทธิ์ไวกว่าโบท็อกอเมริกา คนไข้สามารถเลือกยี่ห้อโบท็อกได้ตามความสะดวกเพราะค่าความบริสุทธิ์ของทั้งสองยี่ห้อไม่ต่างกัน

วิธีเช็คโบท็อก Hugel Toxin ของแท้

  1. กรณีเลือกฉีดกับกังนัมคลินิก คลินิกมาตรฐานจะใช้โบท็อกแท้เท่านั้นสามารถดูได้จากสภาพกล่องสมบูรณ์ แกะใหม่ทุกกล่อง ก้นกล่องมีวันผลิต วันหมดอายุและเลขล็อตชัดเจน
  2. ฝาขวดสีขาว อยู่ในสภาพสมบูรณ์ แกะขวดใหม่ให้คนไข้ทุกครั้งก่อนฉีด
  3. ฝากกล่องปิดสนิทมาจากโรงงาน
  4. บริษัทผู้นำเข้า. BON SONG เท่านั้น จะระบุที่ด้านข้างกล่อง
  5. ตัวยาอยู่ก้นขวดเป็นฟิล์มขุ่น ต้องใช้เข็มผสมน้ำเกลือดูดผสมก่อนฉีด
  6. มีแถบสีเงินให้ขูดเพื่อแสกนคิวอาร์โค้ดสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์ได้

ฉีดโบท็อกลดกราม ที่ไหนดี?

โบท็อกเป็นการฉีดสารที่มีผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อโดยตรง ต้องอาศัยการคาดคะแนของผู้ฉีดและการกระจายของตัวยา เพื่อป้องกันไม่ให้คิ้วไม่เท่ากัน หรือมีอาการชาปากเบี้ยว สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องมั่นใจว่าโบท็อกของแท้และดำเนินการโดยแพทย์เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด โดยมีหลักการการเลือกใช้สถานพยาบาลหรือคลินิก ที่ควรพิจารณาดังนี้

  1. สถานพยาบาลหรือคลินิกได้มาตรฐานรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข เพราะสิ่งสำคัญในการคงสภาพโบท็อกคือต้องเก็บในที่เย็นเท่านั้นเพื่อคงคุณภาพของตัวโบท็อก
  2. มีรายชื่อแพทย์ทำหัตถการชัดเจน และตรวจสอบได้ ปกติแล้วจะต้องมีหน้าแพทย์และชื่อติดด้านหน้าคลินิก คนไข้ต้องสังเกตว่าแพทย์บนป้ายกับแพทย์ที่ฉีดให้เราคนเดียวกันหรือไม่
  3. เปิดขวดโบท็อกขวดใหม่ก่อนฉีดให้คนไข้เสมอ
  4. คลินิกมีหลายสาขาเพื่อความสะดวกในการเข้ารับบริการ ตำแหน่งที่ตั้งชัดเจน และสามารถนัดปรึกษาแพทย์ก่อนได้
  5. มีช่องทางการติดต่อออนไลน์ที่ชัดเจน สะดวก สามารถนัดหมายปรึกษาและติดตามอาการได้
  6. มีรีวิวคนไข้จริงเพื่อดูผลลัพธ์หลังการฉีด

ฉีดโบท็อกลดกราม ราคาเท่าไหร่?

ฉีดโบท็อกแต่ละจุดราคาจะขึ้นกับปริมาณยูนิตที่ฉีด โดยกังนัมคลินิกมีราคาโปรโมชั่นสำหรับคนไข้ฉีดโบท็อกดังนี้

โปรโมชั่นและราคาฉีดโบท็อกซ์ลดกราม

PACKAGE – korea V shaped

  • โปรสุดคุ้ม korea V shaped Package Size S 5,696. บาท
  • Botox กราม 50u.+ ไหมPDO20เส้น+Fat6cc Size M 13,623.บาท
  • Botox กราม 50u.+ Fat6cc+Fillerคาง1cc Size L 14,669.บาท
  • Botox กราม 100u.+ Fat6cc+Fillerคาง1cc Korea V shaped 5,696. บาท

คนไข้สามารถเลือกได้ตามรายการนี้

  • Botox กราม 50u. + ไหมV Log PDO 20เส้น + Fat6cc
  • Botox กราม 50u. + มาเด้หน้าใส
  • Botox เฉพาะกราม 100u. (แกะกล่องใหม่ ให้ขวดกลับบ้าน)
  • ไหมPDO 20 เส้น + Botox กราม 60u.
  • ไหมPDO 30 เส้น + Fat6cc
  • ไหมPDO 30 เส้น + Botox lift 20u.
  • ไหมPDO 40 เส้นกรอบหน้า
  • Botox กราม 80u. + Botoxหางตา 20u.
  • Botox กราม 80u. + Fat 6 cc
  • Botox กราม 60u. + Fat 12 cc

BOTOX (โบท็อกซ์) จุดสังเกตของแท้ แกะกล่อง เปิดขวดใหม่ Botulax แท้ จะมีโมโนแกรม Cosmamed

  • ฉีดปรับหน้าเรียว 100u. 5,696.-
  • ฉีดปรับหน้าเรียว 50u. 3,696.-
  • ฉีดลดโหนกแก้ม/ลดปีกจมูก 2,696.-
  • ฉีดริ้วรอย + หน้าเรียว 100u. 5,696.-
  • ฉีดริ้วรอย + หน้าเรียว 150u. 8,623.-
  • ฉีดลดน่อง 200u. 9,663.-
  • ฉีดลดเหงื่อลดกลิ่นรักแร้200u. 9,663.-

การรับประกันผลลัพธ์หลังฉีดโบท็อก

คุณหมอจะประเมินก่อนทำและรับประกันผล Botox ทุกเคส พิจารณาจากขนาดกล้ามเนื้อกราม การรับประกันผลหลังฉีดลดกราม กรณีถ้าหมดฤทธิ์ก่อน 1 เดือน คนไข้สามารถเติมฟรีได้เลยทันที

  • Botox แท้ทุกยี่ห้อ แกะกล่อง เปิดขวดใหม่ เอากล่องและขวดกลับบ้านได้
  • Botox หน้าผาก ลดกราม รับประกัน 4 เดือน
  • Botoxหางตา ขมวดคิ้ว รับประกัน 1 เดือน
  • ถ้าคลายก่อนกำหนดเติมฟรี

รีวิว ฉีดโบท็อกลดกราม

ฉีดโบท็อกลดกรามผู้ชาย
รีวิว botox กราม ผู้ชาย
รีวิว ฉีดโบท็อกลดกราม
รีวิวโบท็อกลดกราม หน้าเรียว
รีวิวโบท็อกลดกราม
หลังฉีดโบท็อกลดกราม รูปหน้าเล็กลง
หลังโบท็อกลดกราม

สรุป ฉีดแล้วดีไหม?

การฉีดโบท็อกกรามนั้นถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีในการปรับแก้ไขรูปหน้าให้เรียว วีเชฟขึ้น เนื่องจากเป็นวิธีที่เห็นผลได้จริง ใช้ระยะเวลาในการทำน้อย มีความเจ็บต่ำและยังสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำซึ่งในการฉีด 1 ครั้งจะสามารถเห็นผลได้นานถึง 6-12 เดือน นอกจากนั้นคนไข้ยังสามารถมาฉีดเติมได้เรื่อยๆ เพื่อเพิ่มและคงผลลัพธ์ให้ยาวนานมากขึ้น

และยังเป็นเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยและได้รับความนิยม หากได้รับการฉีดด้วยโบท็อกแท้และผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ ไม่มีผลข้างเคียงหรือส่งผลเสียใดๆ ทั้งนี้ผู้ฉีดจึงควรได้รับการปรึกษาและรับคำแนะนำก่อนฉีดกับแพทย์เชี่ยวชาญเพื่อประเมินลักษณะของใบหน้าก่อนว่าเหมาะสมหรือไม่ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์จากการฉีดลดกรามและเห็นผลหลังทำมากที่สุด

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง