ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ลดปัญหาใต้ตาดำคล้ำ ปลอดภัยได้ผลจริง

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

ฉีด filler ใต้ตา คืออะไร?

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คือ การเติมสารไฮยาลูรอนิค แอซิด หรือ HA ชื่อเต็มคือ Hyaluronic Acid เข้าเติมเต็มร่องลึก โดยปกติแล้วเมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนใต้ผิวจะเสื่อมสภาพลงทำให้ผิวเริ่มคล้อย รวมถึงกระดูกเบ้าตาจะยุบตัวลงด้วย ทำให้ใต้ตาเป็นร่องลึกขึ้นและมีริ้วรอยชัดเจนขึ้น ซึ่งใบบางกรณีอย่างคุณผู้ชายเมื่อลดน้ำหนักลงอาจมีใต้ตาลึกหรือเบ้าตาลึก

บางคนอาจดูหล่อขึ้นแต่กรณีในเคสผู้หญิงนั้น การที่ผิวใต้ตาถูกกดลึกลงไปหรือมีริ้วรอยทำให้ใบหน้าดูโทรม และดูมีอายุ แม้แต่คนที่อายุน้อยก็มีปัญหาใต้ตาลึกและมีริ้วรอยก่อนวัยได้เช่นกัน สาเหตุมาจากมลภาวะ ภูมิแพ้ หรือกรรมพันธุ์ ดังนั้น หากรู้สึกว่าใต้ตาเริ่มลึก หรือมีริ้วรอย สามารถเข้าพบแพทย์เพื่อปรึกษาได้เลยค่ะ

ฟิลเลอร์ใต้ตา เหมาะกับคนที่มีลักษณะใต้ตาแบบไหน

หลายๆ คนอาจทราบมาบ้างแล้ว หลังอายุ 25 ปี คอลลาเจนจะเริ่มลดน้อยลงรวมถึงกระดูกจะยุบตัวลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น การฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มใต้ตา จึงไม่ได้เหมาะกับคนไข้ที่มีอายุเท่านั้น แต่เหมาะสำหรับทุกคนที่รู้สึกว่าใต้ตาเริ่มลึกและผิวมีริ้วรอย

ใต้ตาลักษณะไหนที่สามารถฉีดฟิลเลอร์แล้วได้ผลดีที่สุด

  • ใต้ตาลึก โบ๋เป็นร่องลึก จากพันธุกรรมหรือการยุบตัวของกระดูก รวมถึงคอลลาเจน
  • ใต้ตาคล้ำ เป็นรอยดำ จากอายุหรือพันธุกรรม จะไม่เหมาะกับคนไข้ที่เป็นรอยคล้ำจากพฤติกรรมเช่น ขยี้ตาแรงๆ เพราะรอยคล้ำจะกลับมาอีกแม้ฉีดฟิลเลอร์ไปแล้ว
  • ใต้ตาย่น มีริ้วรอย จากวัยหรือคอลลาเจนในผิวน้อยลง
  • มีถุงใต้ตาหย่อนคล้อย เนื่องด้วยอายุที่มากขึ้น

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นที่นิยม นอกกจากจะทำให้ตาสดใสขึ้นในทันทีแล้ว คือ ทำให้ใต้ตาเรียบเนียนและช่วยเติมเต็มร่องลึก เพื่อให้ใต้ตาของเราดูดีมีราศีและโหงวเฮ้งที่ดีอีกด้วย

เลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อไหนดี แตกต่างกันอย่างไร

ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่แนะนำสำหรับฉีดใต้ตา คือ Restylane และ Juvederm เพราะฉีดแล้วคงรูป ไม่เป็นก้อน และดูธรรมชาติที่สุด แต่ละรุ่นจะอยู่ได้นานแตกต่างกัน

Juvederm ในเนื้อฟิลเลอร์จะมีจำนวนพันธะที่มาก ยิ่งมีเยอะก็จะอยู่ได้นานขึ้น สลายช้าลง อุ้มน้ำน้อยลง ทำให้ฉีดแล้วไม่เป็นก้อนมาก เหมาะกับผิวบริเวณที่ขยับบ่อยๆ ซึ่งฟิลเลอร์ Juvederm มีเทคโนโลยี Vycross และ Hylacross โดย เทคโนโลยี

Vycross เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ Allergan มีความพิเศษ คือมีความคงตัว มีโมเลกุลยึดเกาะเหนียวแน่นขึ้น ช่วยยกกระชับได้ดีและมีความเป็นธรรมชาติมาก

Restylane มีเทคโนโลยี NASHA techology และ OBT technology ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ Restylane โดยจะทำฟิลเลอร์ให้เป็นเม็ดละเอียด (particle) เพื่อให้ได้เนื้อฟิลเลอร์มีค่าความยืดหยุ่นสูง ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เน้นในเรื่องของความยืดหยุ่น และสามารถปรับรูปทรงได้หลากหลาย รวมถึงการฉีดใต้ตาเพื่อทำดอลลี่อาย จะแนะนำรุ่นนี้เช่นกัน

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี

ปัจจุบันคลินิกความงามมีมากมาย และเกือบทุกคลินิกจะมีบริการฉีดฟิลเลอร์ด้วยกันทั้งนั้น แต่ไม่ใช่ว่าแพทย์ทุกคนจะฉีดฟิลเลอร์ได้ดี เพราะฟิลเลอร์คืองานศิลปะแบบหนึ่ง แพทย์จะต้องได้รับการฝึกฝนและมีความรู้ในการฉีดเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

หากไม่รู้ว่าจะฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี หลักการพิจารณาเลือกคลินิกมีดังนี้

  • คลินิกต้องได้มาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข
  • มีชื่อแพทย์ชัดเจน รวมถึงมีเลขใบประกอบชัดเจนตรวจสอบได้
  • ตำแหน่งที่ตั้งคลินิกชัดเจน นัดหมายเข้าพบแพทย์ได้ทันที
  • มีการนัดติดตามผลหลังการฉีดทุกครั้ง
  • มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงจากแหล่งข้อมูลที่เป็นกลาง
  • มียี่ห้อและรุ่นฟิลเลอร์ให้เลือกหลากหลายเพราะฟิลเลอร์แต่ละรุ่นมีคุณสมบัติแตกต่างกันทำให้เหมาะกับการฉีดแต่ละส่วนต่างกันด้วย

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ราคา เท่าไหร่ ต่อ CC.

  • Restylane lidocaine (Sweden) เหมาะสำหรับฉีดใต้ตา 1cc = 8,623.- (12เดือน)
  • Restylane Perlane (Sweden) เหมาะสำหรับฉีดใต้ตา 1cc = 10,662.- (18เดือน)
  • Juvederm Voluma (Allergan) เหมาะสำหรับฉีดใต้ตา 1cc = 10,662.- (18เดือน)

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา รีวิว ก่อน-หลังทำ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง