ถุงใต้ตาบวม ใต้ตาหย่อนคล้อย รักษาด้วยวิธีไหนดี ให้เหมาะกับถุงใต้ตาแต่ละแบบ
เมื่อพบปัญหาขอบตาล่างเกิดนูนขึ้นมา หรือบวมและหย่อนคล้อยจากถุงไขมันที่อยู่บริเวณใต้ดวงตา หลายคนที่ประสบปัญหาเหล่านี้ จึงพยายามหาวิธีแก้ไข เพราะ แม้ว่าผิวหน้าส่วนอื่นๆ จะเรียบเนียน กระจ่างใส แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีถุงใต้ตาก็จะทำให้ใบหน้าดูโทรม ดูมีอายุ และไม่สดใส ฉะนั้นแล้วในบทความนี้จะมาไขทุกข้อสงสัย ตั้งแต่สาเหตุการเกิดถุงใต้ตา ลักษณะถุงใต้ตาแบบไหนที่เป็นมากกว่าปัญหาผิวแต่กำลังบ่งบอกถึงโรค ไปจนถึง วิธีรักษาถุงใต้ตามีอะไรบ้าง ราคาแต่ละแบบ แพงไหม?
ถุงใต้ตา คืออะไร?

ถุงใต้ตา (Eye bags) ถุงไขมันที่มีลักษณะหย่อยคล้อย ปูดบวมจนโผล่ขึ้นมาบริเวณผิวใต้ตาล่างอย่างเห็นได้ชัด เป็นลักษณะปัญหาใตต้าที่สามารถพบได้ทุกวัย และโดยปกติแล้วมนุษย์เราจะมีถุงใต้ตาทั้งหมด 5 ถุงด้วยกัน คือ เปลือกตาบน 2 ถุง และเปลือกตาล่าง 3 ถุง แต่ส่วนที่มักเกิดการบวมห้อยย้อยออกมาสู่ปัญหาถุงใต้ตาหย่อนคล้อยนั้นคือส่วน ถุงกลาง (Middle Fat) และถุงไขมันที่อยู่ด้านใน (Inner Fat) นั่นเอง
ซึ่งปัญหาเหล่านี้ ทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย โทรม ไม่สดใส และพบได้ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย ตั้งแต่อายุน้อยไปจนอายุมาก อีกทั้งในผู้หญิงเมื่อพบปัญหานี้และไม่แก้ไข ก็ต้องใช้วิธีแต่งหน้าอำพรางซึ่งอาจต้องใช้เทคนิคพิเศษ หรือใช้ความเชี่ยวชาญในการแต่งหน้าอำพรางถุงใต้ตา
ปัญหาถุงใต้ตา บ่งบอกถึงโรคอะไรบ้าง
แม้ว่าการเกิดถุงใต้ตา จะเป็นปัญหาผิวหนังที่สร้างความไม่มั่นใจในแง่ของความสวยความงามทางหน้าตา แต่ก็ยังมีการบวมนูนของถุงใต้ตาอีกแบบที่เกิดขึ้นเพราะเป็นหนึ่งในการแสดงอาการของโรคดังนี้
- โรคภูมิแพ้
ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ อาจมีปัญหาถุงใต้ตาคล้ำร่วมด้วย เนื่องจากเส้นเลือดขยายตัว ระคายเคืองเปลือกตา ซึ่งเป็นกลไกการป้องกันตามธรรมชาติของผิวหนัง - โรคเกรฟส์
หรือที่เรียกว่า โรคตาไทรอยด์ เป็นความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ทำให้เกิดการอักเสบของตา มีอาการตาบวม ตาโปน ไปจนถึงทำให้ตาพร่ามัวได้ - โรคมะเร็ง
พบไม่ได้บ่อยกับอาการบวมใต้ตา แล้วเป็นข้อบ่งชี้ว่าเป็นมะเร็งในทันที แต่ก็สามารถพบได้กับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับต่อมน้ำเหลือง ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญญาณของมะเร็งตา นั่นก็คือ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองในตานั่นเอง
ถุงใต้ตา เกิดจากอะไร?

ใครที่พบปัญหาถุงใต้ตาบวม แล้วกำลังหาวิธีแก้ไข ลองมาเช็กกันก่อนดีไหมว่า สาเหตุที่แท้จริงของอาการถุงใต้ตาบวม ที่ตนเองเป็นอยู่นั้น เกิดจากอะไร หรือมีแนวโน้มว่าจะเกิดจากปัจจัยไหนกันแน่ เพื่อเลือกใช้แนวแทางการรักษาได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด
- กรรมพันธุ์
แน่นอนว่าถุงใต้ตาบวมไม่เพียงแค่เป็นการแสดงออกของกรรมพันธุ์,พันธุกรรม หรือผลของการใช้ชีวิตประจำวัน แต่อาจเป็นการแสดงออกของโรคได้เช่นกัน ได้แก่ โรคภูมิแพ้, โรคตาไทรอยด์ หรือ โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในตา - นอนดึก
รู้หรือไม่การนอนดึก ไม่เพียงแต่จะทำให้ใต้ตาคล้ำเพียงเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้ถุงใต้ตาบวมขึ้นได้อีกด้วย เพราะระบบหมุนเวียนเลือดทำงานไม่มีประสิทธิภาพมากพอ ทำให้เกิดการบวมน้ำในบริเวณถุงใต้ตาได้ - สัญญาณโรค
แน่นอนว่าถุงใต้ตาบวมไม่เพียงแค่เป็นการแสดงออกของกรรมพันธุ์ หรือผลของการใช้ชีวิตประจำวัน แต่อาจเป็นการแสดงออกของโรคได้เช่นกัน ได้แก่ โรคภูมิแพ้, โรคตาไทรอยด์ หรือ โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในตา - พฤติกรรมการแสดงอารมณ์บนใบ้หน้า
การแสดงสีหน้า หรือแสดงอารมณ์บนใบหน้า ไม่ได้ทำให้เกิดแค่ริ้วรอยบริเวณรอบดวงตาเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดการขยับถี่ๆ จนทำให้ขอบตาล่างบวมนูน และหย่อนคล้อยได้เช่นกัน
ถุงใต้ตาที่เกิดกับผู้สูงอายุคืออะไร

ปัญหาถุงใต้ตาที่เกิดกับเหล่าผู้สูงอายุนั้นมีสาเหตุมาจากการเสื่อมสภาพของผิวส่งผลให้ส่วนกระดูกใต้ตาและเนื้อเยื่อที่ช่วยพยุงถุงใต้ตาเกิดการยุบตัวลงทำให้ถุงใต้ตาเกิดการหย่อนคล้อยลงมา ซึ่งทำให้ผิวบริเวณเปลือกตาเกิดการถูกดึงให้ต่ำลงร่วมด้วยเลยทำให้ผู้สูงอายุในบางรายมีอาการน้ำตาไหลเองบ่อยๆ และบดบังทัศนียภาพการมองเห็น
ปัญหาถุงใต้ตามี กี่แบบ

แม้ว่าการเกิดถุงใต้ตาจะมาจากหลายสาเหตุ แต่ในทางการแพทย์แล้ว ก็แยกประเภทของปัญหาถุงใต้ตาหลักๆ ไว้ 2 แบบคือ
ปัญหาถุงใต้ตาเทียม
การเกิดถุงใต้ตาเทียม เป็นลักษณะการเกิดขึ้นที่มาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การนอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอเป็นระยะเวลาติดต่อกัน หรือการร้องไห้อย่างหนัก ก็ทำให้เกิดถุงใต้ตาบวมโปนขึ้นมาได้
อีกหนึ่งประการที่ทำให้เกิดถุงใต้ตาเทียม ก็มาจากภาวะร่างกายผิดปกติช่วงใดช่วงหนึ่ง เช่นภูมิแพ้อากาศ แพ้ฝุ่น หรือแพ้อาหารบางชนิด
ปัญหาถุงใต้ตาแท้
เป็นการเกิดปัญหาถุงใต้ตาที่มาจากความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากพันธุกรรม และเกิดจากอายุที่มากขึ้นเลยเกิดการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวหนัง ถุงไขมันจึงเคลื่อนตัวย้อยลงมาได้
ถุงใต้ตากับดอลลี่อายคืออันเดียวกันไหม
มีหลายคนที่เกิดความสับสนคิดว่าถุงใต้ตากับดอลลี่อายคืออันเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วถือว่าเป็นคนละส่วนกันอย่างชัดเจน และส่งผลต่อภาพรวมของใบหน้าที่ต่างกันอีกด้วย
- ถุงใต้ตา : การมีถุงใต้ตาที่หย่อนคล้อยจะทำให้ใบหน้าดูโทรม แก่และมีอายุ
- ดอลลี่อาย : คล้ายกับถุงใต้ตา แต่จะทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น ทำให้ดวงตากลมโตมากยิ่งขึ้น ซึ่งนิยมทำโดยวิธีการฉีดฟิลเลอร์
ถุงใต้ตา VS ใต้ตาดำ ขอบตาคล้ำ
ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่หลายคนเข้าใจผิวได้ดช้นเดียวกัน เพราะในกลุ่มคนที่มีปัญหาใต้ตาดำคล้ำบางกลุ่มอาจรุนแรงจนทำให้มองเห็นเส้นเลือดดำที่ขยายตัวจนทำให้คิดว่าเป็นถุงใต้ตาดำคล้ำได้ ซึ่งอาการนี้มักพบได้กลุ่มที่มีใต้ตาคล้ำจากกรรมพันธุหรือโรคภูมิแพ้ การขยี้ตาบ่อย ๆ เป็นต้น
ข้อดี-ข้อเสียของการมีถุงใต้ตา
จริงๆ แล้ว ถุงใต้ตาก็คือถุงไขมันที่มีบริเวณขอบตาล่าง แม้ว่าในเชิงสรีระแล้ว การมีถุงใต้ตาที่ชัดเจนย่อมเป็นปัญหารบกวนความสวยงามของใบหน้า แต่จริงๆ แล้วถุงใต้ตามีทั้งแบบดี และไม่ดีอีกด้วย ซึ่งจะอธิบายเป็นข้อๆ ดังนี้
ข้อดีของการมีถุงใต้ตา
- ถุงไขมันใต้ตาช่วยรองรับลูกตาและป้องกันลูกตา จากการกระทบกระเทือน
- หากมีถุงไขมันบริเวณรอบดวงตา ในขณะที่ยังมีความสมดุล จะช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูสดใส ดูสุขภาพดี
- ถุงใต้ตา หากมีอย่างสมดุลและพอเหมาะ ไม่บวมปูดออกมาจะช่วยให้ป้องกันการเกิดริ้วรอยจากตาโบ๋ลึก
ข้อเสียของการมีถุงใต้ตา
- ทำให้ผิวหนังใต้ตาหย่อนคล้อย
- ทำให้มีริ้วรอยอย่างเห็นได้ชัด
- ทำให้ตาบวม นูน มีผิวหน้าเหมือนคนอิดโรย นอนไม่พอ พักผ่อนน้อยอยู่ตลอดเวลา
- ทำให้กลายเป็นคนที่ดูอายุเยอะ แก่กว่าวัย
วิธีลดถุงใต้ตา ข้อดี ข้อเสีย แต่ละวิธีเหมาะกับใคร

การรักษาถุงใต้ตาให้หายสนิท และได้ผลลัพธ์อันรวดเร็ว จะต้องใช้เทคนิคทางการแพทย์เข้าช่วย ซึ่งปัจจุบันมีแนวทางการรักษาที่หลากหลาย และเหมาะสมกับปัญหาถุงใต้ตาของแต่ละคนดังนี้
1. ศัลยกรรมผ่าตัดถุงใต้ตา
การผ่าตัดถุงใต้ตา เป็นอีกหนึ่งการแก้ปัญหาที่ตรงจุดและเข้าถึงเจาะจงมากที่สุด โดยกรรมวิธีการผ่าตัด มี 2 แบบ คือ การใช้มีดผ่าตัดเอาถุงใต้ตาออกมาพร้อมๆ กับเอาผิวหนังส่วนเกินที่หย่อนยานออกไปด้วย และอีกวิธีคือการใช้เลเซอร์
เหมาะกับการแก้ปัญหาแบบไหน
การผ่าตัดถุงใต้ตา เหมาะกับการแก้ปัญหา ถุงใต้ตาที่นูน และผิวหนังส่วนเกินที่มีความหย่อนคล้อย ปรับแต่งให้เรียบตึงขึ้น ช่วยให้หน้าดูเด็ก อ่อนเยาว์ จากการตัดแต่งผิวหนังถุงใต้ตาให้เรียบ ปราศจากรอยย่น ผู้ที่มีอายุเยอะ ก็เหมือนได้ย้อนวัยอีกครั้ง และวิธีนี้เหมาะมากกับผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาแท้
ข้อดีและข้อเสียของวิธีนี้
- กำจัดถุงใต้ตาได้อย่างถาวร
- ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่มีถุงใต้ตาเยอะ
- ให้ผลลัพธ์ที่ดีในผู้ที่มีผิวบริเวณถุงใต้ตาหย่อนคล้อย เพราะแพทย์จะทำการตัดแต่งให้ผิวกลับมาเรียบเนียน เต่งตึง
- การผ่าตัดต้องใช้ยาสลบ หากผู้เข้ารับบริการแพ้ยาสลบแบบรุนแรง อาจไม่เหมาะกับวิธีนี้
- หลับตาได้ไม่สนิท หากแพทย์ไม่เชี่ยวชาญมากพอในการประเมินการผ่าและตัดผิวหนังออกไปมากจนเกินพอดี ก็อาจทำให้ เปลือกตาล่างแบะออก และการหลับตาไม่สนิทได้
- เกิดร่องลึกใต้ตา หากแพทย์ทำการผ่าตัดไม่เหมาะสม หรือไม่เชี่ยวชาญพอ
ราคาค่าบริการผ่าตัดถุงใต้ตา : เฉลี่ยอยู่ที่ 30,000 – 50,000 บาท
2. ฉีดโบท็อกถุงใต้ตา

วิธีฉีดโบท็อก หรือฉีดสารที่ไปยับยั้งการกระตุ้นกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณถุงใต้ตาหดตัวลง เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะเจาะจงด้านใดด้านหนึ่งของผิวหนังชั้นตื้น ไม่สามารถครอบคลุมการลดขนาดของถุงใต้ตาได้อย่างชัดเจน หรือง่ายๆ ก็คือ ไม่สามารถแก้ปัญหาถุงใต้ตาได้
เหมาะกับการแก้ปัญหาแบบไหน
- เหมาะกับการแก้ปัญหาริ้วรอยเส้นเล็กๆ บริเวณขอบตาล่าง
- ไม่สามารถคงผลลัพธ์ได้ถาวร เพราะอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือน
- วิธีนี้เหมาะมากกับผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาแท้และถุงใต้ตาเทียม
ข้อดีและข้อเสียของวิธีนี้
- ไม่ต้องพักฟื้น หลังเข้ารับบริการสามารถกลับบ้าน หรือไปทำธุระได้ทันที
- ราคาไม่สูงเท่าการผ่าตัดถุงใต้ตา หรือการทำหัตถการแบบอื่น
- การดูแลตัวเองหลังเข้ารับบริการน้อยกว่าการผ่าตัดถุงใต้ตา
- ไม่สูญเสียผิวหนังจากการผ่าตัดเอาออกไป
- อาจทำให้ตาแข็ง ดูไม่เป็นธรรมชาติได้ หากฉีดในปริมาณที่มากจนเกินไป
- อักเสบ ติดเชื้อ หากเลือกฉีดกับแพทย์และโบท็อกที่ไม่ได้มาตรฐาน
ราคาค่าบริการโบท็อกถุงใต้ตา : เฉลี่ยอยู่ที่ 1,000 – 2,000 บาท
3. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
เป็นวิธีเติมเต็มในชั้นกระดูกใต้ตา ที่เกิดการยุบตัวลงจากอายุที่มากขึ้น ซึ่งเมื่อเข้าไปเติมเต็มในส่วนที่ยุบตัวลง ก็จะทำให้เห็นถุงใต้ตาที่นูนบวมออกมาน้อยลง หรือสมานตัวกันอย่างพอดี

เหมาะกับการแก้ปัญหาแบบไหน
- เหมาะกับการแก้ปัญหาผิวหนังใต้ตายุบตัวจากอายุที่มากขึ้น
- เหมาะกับการแก้ปัญหาริ้วรอยใต้ตา
- เหมาะกับการแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยใต้ตา
- เหมาะกับการแก้ปัญหาร่องลึกใต้ตา
- เหมาะมากกับผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาแท้และถุงใต้ตาเทียม
ข้อดีและข้อเสียของวิธีนี้
- ไม่มีแผล เพราะไม่ใช่การผ่าตัด
- ไม่ต้องพักฟื้น หลังเข้ารับบริการสามารถเดินทางกลับบ้านหรือไปทำธุระได้ทันที
- ไม่เจ็บตัวมากเท่ากับการผ่าตัด
- เสี่ยงอักเสบ ติดเชื้อ หากเข้ารับบริการจากคลินิกที่เลือกใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
- เสี่ยงมีผลเสียต่อดวงตา หากเข้ารับบริการจากคลินิกที่เลือกใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
- ไม่สามารถคงผลลัพธ์ได้ถาวร อยู่ได้นาน 8 เดือนถึง 1 ปี
ราคาค่าบริการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา : เฉลี่ยอยู่ที่ 13,000 – 18,000 บาท ต่อ 1 CC
อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ลดปัญหาใต้ตาดำคล้ำ ปลอดภัยได้ผลจริง
4. ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์รักษาถุงใต้ตา
การรักษาถุงใต้ตาด้วยคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง (High Intensity Focused Ultrasound Macrofocus) ยิงเข้าใต้ชั้นผิวหนังบริเวณขอบตาล่าง เพื่อให้พลังงานเข้าไปสลายไขมันใต้ชั้นตา และทำให้ผิวที่หดตัวและค่อยๆ กระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งยังช่วยทำให้มีการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวให้เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย จึงทำให้สามารถทำได้ทั้งการรักษาถุงใต้ตาและรักษาผิวให้กระชับเต่งตึงขึ้นได้อย่างทั่วใบหน้า
ซึ่งในปัจจุบันการใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ในการรักษาปัญหาผิวนั้นมีอยู่ด้วยกันมากมายหลายเครื่อง ดังนี้
- Ulthera : มีค่าพลังงานที่สูงที่สุด ตอนทำจะรู้สึกถึงความเจ็บมากที่สุด แต่มาพร้อมกับเทคโนโลยีหน้าจอแสดงผลทำให้สามารถแก้ปัญหาผิวได้ตรงจุดแม่นยำและเห็นผลได้ยาวนานมากที่สุด
- Hifu : มีค่าพลังงานที่ต่ำที่สุด เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวไม่เยอะมาก ทำให้ตอนทำรู้สึกเจ็บน้อยที่สุดและเห็นผลได้สั้นมากที่สุด
- Ultraformer : เป็นเครื่องที่มีค่าพลังงานในระดบปานกลาง เห็นผลได้แม่นยำ เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวในระดับปานกลาง
เหมาะกับการแก้ปัญหาแบบไหน
- เหมาะแก้ปัญหาขอบตาล่างมีริ้วรอย
- เหมาะกับแก้ปัญหาขอบตาล่างหย่อนยาน
- เหมาะมากกับผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาแท้และถุงใต้ตาเทียม
ข้อดีและข้อเสียของวิธีนี้
- สามารถแต่งหน้าและทำกิจกรรมได้ตามปกติทันทีภายหลังการรักษา
- มีความปลอดภัยสูง ไม่ทำให้เกิดบาดแผล
- ไม่ต้องพักฟื้น หลังเข้ารับบริการสามารถเดินทางกลับบ้านหรือไปทำธุระได้ทันที
- อาจจะมีผิวแดงขึ้นเล็กน้อย และจะหายได้เองปกติภายใน 1-2 ชั่วโมง
- ระหว่างทำจะให้ความรู้สึกเจ็บ เหมือนมีหนามเล็กๆ แทงลงบนผิวลึกๆ
- ไม่สามารถคงผลลัพธ์ได้ถาวร จะอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน แนะนำให้ทำซ้ำปีละ 2-3 ครั้ง เพื่อยืดระยะผลลัพธ์ให้นานยิ่งขึ้น
ราคาค่าบริการ : เฉลี่ยอยู่ที่ 3,900 – 30,000 บาทเป็นต้นไป
5. ดูดไขมันใต้ตา
เทคนิคดูดไขมันใต้ตา คือใช้เครื่องที่ลักษณะคล้ายท่อเล็กพิเศษ สอดผ่านผิวหนังให้เกิดเพียงรอยขนาดเล็ก ค่อยๆ ลงไปดูดไขมันส่วนเกินที่สะสมบริเวณใต้ตาออกมา
เหมาะกับการแก้ปัญหาแบบไหน
- เหมาะกับการแก้ปัญหาผู้ที่มีถุงใต้ตา อันเนื่องมาจากการใช้ชีวิตประจำวัน นอนดึก ทำงานหนัก
- เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาตั้งแต่อายุยังน้อย หรืออายุ 20 ปีขึ้นไป
- เหมาะกับการแก้ปัญหาไขมันถุงใต้ตาเยอะ แต่ไม่ต้องการผ่าตัด หรือไม่มีเวลาพักฟื้น
- เหมาะมากกับผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาแท้
ข้อดีและข้อเสียของวิธีนี้
- กำจัดถุงใต้ตาได้อย่างถาวร
- ไม่ต้องพักฟื้น หลังเข้ารับบริการสามารถเดินทางกลับบ้าน หรือไปทำธุระได้เลย
- เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงทันทีหลังเข้ารับบริการ
- ไม่มีแผลเปิด ไม่ต้องดูแลหรือคอยล้างแผล
- หลังเข้ารับบริการ อาจมีรอยช้ำบริเวณใต้ตา แต่จะหายได้เองปกติภายใน 4- 5 วัน
- ไม่สามารถล้างหน้า หรือทำความสะอาดหน้าได้สะดวก
- อาจเกิดการติดเชื้อระหว่างทำ หากแพทย์ไม่เชี่ยวชาญ และเครื่องมือไม่สะอาดไม่ได้มาตรฐาน
ราคาค่าบริการดูดไขมันใต้ตา : เฉลี่ยอยู่ที่ 20,000 – 40,000 บาทเป็นต้นไป
6. เคล็บลับลดถุงใต้ตา แบบธรรมชาติ

การใช้ผักหรือผลไม้ประคบถุงใต้ตา นอกจากจะมีประโยชน์โดยการรับประทานเพื่อให้วิตามินซึมลึกไปสู่ร่างกาย แต่ยังใช้ภายนอกได้เช่นกัน ในกรณีผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาบวม ขอบตาล่างคล้ำ อันเกิดจากการใช้ชีวิตประจำวัน ก็สามารถแก้ไข บรรเทาได้โดยใช้ผักและผลไม้เหล่านี้ประคบไว้ทุกคืนก่อนนอน
- มะเขือเทศ
สำหรับใครที่มีปัญหาถุงใต้ตาบวมและคล้ำร่วมด้วย มะเขือเทศเป็นตัวเลือกที่ดีในการนำมาประคบไว้ที่บริเวณรอบดวงตา โดยการหั่นแว่นบางๆ แล้วนำมาวางไว้บริเวณผิวหนังตาทั้ง 2 ข้าง ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วจึงนำออกแล้วไปล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำจะค่อยๆ ทำให้ผิวถุงใต้ตาค่อยๆ หายบวมคล้ำ กลับมาปกติ - แตงกวา
แตงกวาเป็นผักที่ขึ้นชื่อเรื่องการมอบความชุ่มชื้นให้กับผิว เพราะในแตงกวาอุดมไปด้วยมอยส์เจอไรเซอร์จากธรรมชาติ ฉะนั้นแล้วเหมาะมาก สำหรับผู้ที่มีถุงใต้ตาบวม แห้งกร้าน หมองคล้ำ - น้ำมันจากถั่วอัลมอนด์
น้ำมันถั่วอัลมอนด์ ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น และสมานผิวหนังที่บวมให้ยุบตัวลงได้ ดังนั้นจึงเหมาะกับการใช้เพื่อรักษาถุงใต้ตาที่บวม โดยการทาน้ำมันถั่วอัลมอนด์ลงไปบริเวณถุงใต้ตา และค่อยๆ นวดเบาๆ จึงปล่อยทิ้งไว้ และล้างออกอีกทีตอนเช้า - กากชา
ใช้ถุงกากชาที่นำไปชงแล้วให้เกิดประโยชน์ โดยการนำมาประคบเปลือกตาทั้ง 2 ข้าง ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วจึงนำออกก่อนล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด ซึ่งชามีส่วนผสมของสารคาเฟอีนและสารแทนนิน เป็นตัวช่วยต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยลดอาการบวมน้ำได้ดี จึงเหมาะกับผู้ที่มีถุงใต้ตาบวม
เหมาะกับการแก้ปัญหาแบบไหน
- เหมาะกับการแก้ปัญหาถุงใต้ตาบวม จากการนอนดึก
- เหมาะกับการแก้ปัญหาลดริ้วรอยรอบดวงตาเล็กๆ จากการที่ผิวหนังแห้งกร้าน
- วิธีนี้เหมาะมากกับผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาเทียม
ข้อดีและข้อเสียของวิธีนี้
- ประหยัดเงินมากกว่ารักษาถุงใต้ตาวิธีอื่น
- สามารถทำได้ทุกวัน โดยไม่มีผลข้างเคียง
- เหมาะกับทุกสภาพผิว เพราะสารสกัดอันมีประโยชน์ต่อการรักษาถุงใต้ตา เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ
- ไม่เสี่ยงแม้ผิวแพ้ง่าย
- เห็นผลลัพธ์ช้า จึงไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขถุงใต้ตาบวมด้วยระยะเวลารวดเร็วหรือเวลาเร่งด่วน
- ไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาบวม หย่อนยานมาจากอายุที่มากขึ้น
- ไม่ใช่การกำจัดก้อนไขมันถุงใต้ตา เป็นเพียงการบรรเทาอาการบวมในช่วงภาวะใดภาวะหนึ่ง
7. ประคบถุงใต้ตาด้วยความเย็น

การประคบถุงใต้ตา ด้วยความเย็น เป็นการแก้ไขปัญหาถุงใต้ตาบวมคล้ำได้อีกวิธีหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่ที่นิยมจะเป็นเจลประคบเย็น ทาบหรือแปะลงไปเบาๆ บริเวณใต้ตา และทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที เพื่อให้ความเย็นจากเจลช่วยให้ผิวหนังบริเวณถุงใต้ตายุบตัวลง
เหมาะกับการแก้ปัญหาแบบไหน
- เหมาะกับแก้ปัญหาถุงใต้ถุงใต้ตาบวมจากการนอนดึก นอนน้อย
- เหมาะกับแก้ปัญหาถุงใต้ตาบวมจากการร้องไห้หนัก
- เหมาะกับผู้ที่ถุงใต้ตาบวมจากการตื่นเช้า และตาบวมเป่ง
- เหมาะมากกับผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาเทียม
ข้อดีและข้อเสียของวิธีนี้
- เป็นวิธีที่ง่าย สะดวก และใช้ได้ในเวลาฉุกเฉิน
- ประหยัดเงิน เพราะราคาเจลประคบเย็นไม่แพง หรืออาจไม่เสียค่าใช้จ่ายเลย หากนำช้อนมาล้างน้ำสะอาดแล้วนำไปแช่ให้เย็น ค่อยๆ มาประคบที่บริเวณขอบตาล่าง หรือรอบๆ ดวงตา
- ให้ผลลัพธ์ที่ช้า และไม่ได้ผลเลย โดยเฉพาะผู้ที่มีถุงใต้ตาเยอะ และเป็นปัญหาถุงใต้ตาแท้ อันเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือโรค
- ไม่สามารถลดขนาดถุงใต้ตาได้ เป็นเพียงลดอาการบวมของผิวหนังชั้นตื้นบริเวณชั้นใต้ตาเท่านั้น
8. พักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนพักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่นอนดึกจนเกินไป หรือไม่นอนนานจนเกินไป ก็จะทำให้เซลล์ใต้ผิวหนังบริเวณรอบดวงตาทำงานอย่างสมดุล ถุงไขมันรอบดวงตาย่อมสมดุลด้วยเช่นกัน ดังนั้นแล้ว หากใครที่กำลังมีปัญหาถุงใต้ตาบวม หรือกำลังหาวิธีป้องกัน การเริ่มจากการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
เหมาะกับการแก้ปัญหาแบบไหน
- เหมาะกับปัญหาถุงใต้ตาที่เกิดจากการนอนดึก พักผ่อนน้อย
- เหมาะกับถุงใต้ตาที่เกิดจาการร้องไห้ จนตาบวม
- เหมาะมากกับปัญหาถุงใต้ตาเทียม
ข้อดีและข้อเสียของวิธีนี้
- เป็นวิธีการแก้ปัญหาที่จะต้องใช้ระยะเวลาในการเห็นผล
- การนอนหลับเป็นการช่วยทำให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูและซ่อมเซลล์ได้อย่างเต็ม
- เป็นการช่วยชาร์ตเติมพลังให้แก่ร่างกาย
- ไม่ควรนอนเยอะเกินไปเพราะอาจไปกระตุ้นให้ตาบวมหนักกว่าเดิม
9. ใช้เซรั่มลดถุงใต้ตา

เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้านซึ่งในปัจจุบันได้มีผลิตภัณฑ์เซรั่มที่ออกมาให้เลือกอย่างมากมายโดยแต่ละแบรนด์เองก็ได้มีการใส่ส่วนผสมสารสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและบำรุงผิวรอบดวงตาให้สดใสมีชีวิตชีวามากขึ้น โดยวิธีใช้เพียงแค่ทาติดต่กันเป็นประจำทุกวันเช้า-เย็นเท่านั้น
เหมาะกับการแก้ปัญหาแบบไหน
- ผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาบวมจากการพักผ่อนน้อย
- ผู้ที่มีปัญหาผิวรอบๆ ดวงตาแห้งกร้านที่สามารถนำไปสู่การเกิดปัญหาถุงใต้ตาแท้ได้
- เหมาะมากกับผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาเทียมและมีแน้วโน้มเกิดปัญหาถุงใต้ตาแท้จากอายุที่มากขึ้น
ข้อดีและข้อเสียของวิธีนี้
- สามารถแก้ปัญหาถุงใต้ตาเทียมได้และช่วยลดโอกาสเกิดถุงใต้ตาแท้จากอายุที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น
- ต้องใช้ระยะเวลากว่าจะเห็นผล
- มีราคาค่าใช้จ่ายที่ถูกและสามารถทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน
10. ใช้คลื่นวิทยุลดถุงใต้ตา

คลื่นวิทยุหรือคลื่น RF ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีส่วนช่วยในการสลายไขมันพร้อมช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ช่วยลดปัญหาถุงใต้ตาและริ้วรอยรอบดวงตาได้ดี ซึ่งตัวคลื่นนี้มักจะถูกใช้ในเครื่องยกกระชับผิวอย่าง Thermage นั่นเอง
เหมาะกับการแก้ปัญหาแบบไหน
- เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาจากการพักผ่อนนอน จากการเกิดภูมิแพ้
- เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาจะอายุที่มากขึ้น
- เหมาะกับผู้ที่มีถุงไต้ตาจากการเกิดไขมันสะสมใต้ดวงตา
- เหมาะมากกับผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาเทียมและปัญหาถุงใต้ตาแท้
ข้อดีและข้อเสียของวิธีนี้
- จะต้องใช้ระยะเวลาในการเห็นผลอย่างน้อย 3-5 ครั้งขึ้นไป
- ช่วยลดไขมันและเซลลูไลท์ได้ดี
- ช่วยปรับยกกระชับผิวรอบๆ ดวงตาให้กลับมาแต่งตึง
- ช่วยลดริ้วรอย ร่องลึกรอบๆ ดวงตาได้ดี
11. ร้อยไหมยกกระชับถุงใต้ตา

วิธีนี้จะใช้การร้อยไหม ด้วยไหม Volume จากเกาหลีที่ถูกผลิตขึ้นจากวัสดุ PDO แบบเรียบ (Mono) เข้าไปที่บริเวณใต้ถุงใต้ตาเพื่อทำให้ตัวไหมช่วยยกกระชับแก้ปัญหาถุงใต้ตาหย่อนคล้อยได้ดี และนอกจากยังสามารถช่วยเติมเต็มผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวให้เพิ่มมากขึ้นส่งผลทำให้ช่วยแก้ปัญหาผิวร้อยและลดใต้ตาดำคล้ำได้ดีอีกด้วย
เหมาะกับการแก้ปัญหาแบบไหน
- เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาหย่อนคล้อย
- เหมาะกับผู้ที่มีผิวไม่เรียบเนียน มีริ้วรอยรอยๆ ดวงตา
- เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาลึก ใต้ตาดำคล้ำ
ข้อดีและข้อเสียของวิธีนี้
- สามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ
- เห็นผลได้นาน 6-8 เดือนหรือบางรายอาจเห็นผลได้นานถึง 12 เดือน
- หลังทำไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
- หลังทำอาจมีอาการบวม หรือเกิดรอยช้ำของเข็มขึ้นได้
ถุงใต้ตาบวมข้างเดียวเกิดจากอะไร
หากถุงใต้ตาบวมแค่ 1 ข้าง ไม่ซ้ายหรือขวา เป็นอาการที่เกิดได้ในผู้ที่มีการอักเสบของเยื้อบุตา ที่มาจากการติดเชื้อแบทีเรีย หรือไวรัส และมักมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เป็นไข้ ปวดตา ตาบวม และตาแดง
รักษาถุงใต้ตา ที่ไหนดี

การเลือกคลินิกเพื่อเข้ารับบริการแก้ไขปัญหาถุงใต้ตา ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี เห็นผลไว เหมาะสมกับปัญหาถุงใต้ตาเรามากที่สุดไปพร้อมๆ กับมาตรฐานความปลอดภัยสูงตลอดการทำหัตถการตั้งแต่ต้นจนจบ จะต้องคำนึงถึงปัจจัยดังต่อไปนี้
ความน่าเชื่อถือของคลินิก
เลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ โดยภายในคลินิกจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- มีใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล/คลินิก
- ยาที่ใช้ต้องมีความปลอดภัยผ่านองค์กรอาหารและยา และเครื่องมือที่ใช้หัตถการรักษาถุงใต้ตาจะต้องมีมาตรฐาน ปลอดภัยสูง
- เครื่องมือแพทย์ได้มาตรฐาน ทันสมัย สะอาด
- พนักงานในคลินิก สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาถุงใต้ตาได้อย่างละเอียด และบอกข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา
ในคลินิกมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการรักษาถุงใต้ตา หรือมีจักษุแพทย์
แพทย์จะต้องมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม และมีชื่อเสียงเชี่ยวชาญในด้านดูแลผิวหนังรอบดวงตาโดยเฉพาะ หรือเป็นจักษุแพทย์ ซึ่งอาจหาข้อมูลได้จากรีวิวลูกค้าของแพทย์คนนั้นๆ
ชื่อเสียงและรางวัลที่คลินิกเคยได้รับ
เช็กคลินิกที่เราสนใจเข้ารับการรักษาถุงใต้ตา ว่ามีชื่อเสียงหรือไม่ โดยอาจดูได้จากรางวัลที่คลินิกเคยได้รับ เพราะจะแสดงให้เห็นว่า คลินิกมีมาตรฐานและได้รับความไว้วางใจจากผู้เข้าบริการเป็นอย่างดี
เช็กรีวิวจากลูกค้าที่เคยเข้ารับบริการ
เพื่อเป็นการเช็กว่าคลินิกนั้นๆ มีการให้บริการและให้คำแนะนำแก่ลูกค้าได้กีมากน้อยแค่ไหน รวมไปถึงการแสดงผลลัพธ์ว่าบริการของคลินิกทำแล้วดีจริงไหม ปลอดภัยไหม
รักษาถุงใต้ตากับกังนัมดีอย่างไร
ด้วยนวัตกรรมทันสมัยได้มาตรฐานเดียวกันกับประเทศเกาหลี ของกังนัมคลินิก ที่เปิดมาแล้วกว่า 8 ปี มากกว่า 20 สาขาทั่วประเทศ มากมายด้วยแพทย์ที่เชี่ยวชาญเรื่องปัญหาผิวรับดวงตาอย่างแท้จริง กังนัมคลินิกรองรับเครื่องมือรักษาถุงใต้ตาอย่างครอบคลุมทุกรูปแบบปัญหา ไม่ว่าจะเป็น Ultraformer III ที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการรักษาถุงใต้ตาไปพร้อมๆ กับลดเลือนริ้วรอยรอบดวงตา และกระชับความหย่อนยานขอบตาล่างไปพร้อมๆ กัน หรือปัญหาใต้ตาลึก หน้าโทรม ดูแก่ ก็สามารถแก้ไขด้วยฟิลเลอร์คุณภาพสูง ที่เติมเต็มให้กลับมาหน้าสวยใส ย้อนวัยเด็กอีกครั้ง และยังมีเทคโนโลยีปลอดภัยสูงอื่นๆ อีกมากมายที่พร้อมให้ผู้ที่ต้องการรักษาถุงใต้ตาได้เลือกใช้ให้เหมาะสมกับตัวเองที่สุด
คำถามเพิ่มเติมกับปัญหาถุงใต้ตา
ถุงใต้ตาบวมข้างเดียว เกิดจากสาเหตุใด
อาการถุงใต้ตาบวมข้างเดียวมักถูกจัดเป็นกลุ่มถุงใต้ตาเทียมที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอกมาเป็นตัวกระตุ้น และมีโอกาสหายได้ด้วยการดูแลตัวเอง เช่น การประคบเย็น การลดพฤติกรรมขยี้ตา การรักษาอาการของโรคภูมิแพ้ การลดอาหารเค็มหรือการเปลี่ยนท่านอนไมนอนตะแคงหรือนอนคว่ำหน้าเป็นต้น
ถุงใต้ตาสามารถพบได้ในทุกคนไหมหรือมีแค่บางกลุ่ม
ถุงใต้ตาเป็นสิ่งที่สามารถพบได้ในมนุษย์ทุกคนค่ะ แต่ว่าในบางคนจะมีการมองเห็นชัดที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่หลาย ๆ ปัจจัยมาเป็นส่วนประกอบ เช่น กรรมพันธุ์ ช่วงอายุ โรคภูมิแพ้หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตในรูปแบบต่าง ๆ
ตัดถุงใต้ตาสามารถเห็นผลได้นานแค่ไหน
การผ่าตัดถุงใต้ตาเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยรักษาปัญหาถุงใต้ตาได้อย่างเห็นผลได้จริง โดยในการทำ 1 ครั้งจะสามารถเห็นผลได้นานประมาณ 5-10 ปีหรืออาจเห็นผลได้นานกว่านั้นในบางราย
ถุงใต้ตากับปัญหาใต้ตาหย่อนคล้อยเหมือนหรือต่างกันยังไง
ทั้งปัญหาถุงใต้ตาและใต้ตาหย่อนคล้อยนั้นถือว่าเป็นปัญหาคนละส่วนกัน โดยถุงใต้ตาจะมีลักษณะของการเป็นตุ่มนูนที่มาจากการะสมของไขมันหรือของเหลว ส่วนใต้ตาหย่อนคล้อยจะเกิดจากผิวที่ไม่กระชับทำให้ผิวใต้ตาเกิดการหย่อนตกลงตามแรงโน้มถ่วง แต่ทั้งนี้ทั้ง 2 ปัญหาสามารถเกิดขึ้นแบบพร้อม ๆ กันได้
โรคภูมิแพ้ทำให้เกิดถุงใต้ตาได้จริงไหม
โรคภูมิแพ้เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นทำให้เกิดอาการถุงใต้ตาบวมได้ง่ายกว่าปกติ เนื่องจากกลุ่มอาการเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นจากการที่ร่างกายได้มีการสัมผัสกับสิ่งเร้าต่าง ๆ มากระตุ้นทำให้เกิดอาการบวมของถุงใต้ตา หรือตาแดงเป็นต้น
ถุงใต้ตากับผู้ป่วยโรคไต
ในกลุ่มผู้ป่วยโรคไตมักจะพบปัญหาหนึ่งอย่างก็คือการที่ไตไม่สามารถกำจัดของเหลวต่าง ๆ ออกจากร่างกายได้ทำให้มักเกิดอาการบวมเกิดขึ้นตามจุดต่าง ๆ เช่น มือ เท้า ขาและรวมไปถึงยังไปกระตุ้นการบวมของถุงใต้ตาได้ด้วยเช่นกัน
สรุป
หลังจากได้ทราบข้อมูลวิธีการรักษาถุงใต้ตา มีอะไรบ้าง ก็สามารถที่จะทำให้ตัดสินใจได้แล้วว่า จะเลือกวิธีไหนถึงน่าจะเหมาะกับเรามากที่สุด ซึ่งหากผู้ที่กำลังสนใจเลือกใช้วิธีรักษาถุงใต้ตาด้วยเทคนิคแพทย์ และต้องการผลลัพธ์แบบพรีเมียม มาตรฐานเดียวกับประเทศเกาหลี อย่าง กังนัมคลินิก ที่ให้ครบจบในที่เดียว ก็สามารถเข้ามาปรึกษาได้ที่ Gangnam clinic ที่มีทั้ง 34 สาขาทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล หรือสามารถแอดไลน์ Line: @gangnamclinic เพื่อนัดหมาย/ ปรึกษา และขอรับบริการ


