เผย 12 เคล็ดลับวิธีรักษาสิวเสี้ยนให้ได้ผล

สิวเสี้ยน ป้องกันและรักษาอย่างไร

หากใครที่กำลังมีปัญหาหรือมีความกังวลใจ ในเรื่องของสิวเสี้ยน วันนี้เราจะมี 12 เคล็ดลับการรักษาสิวเสี้ยนมาแนะนำ ซึ่งมีทั้งวิธีที่สามารถทำได้เองที่บ้าน และการรักษาสิวเสี้ยนให้หายขาดด้วยวิธีทางการแพทย์ แต่จะมีวิธีอะไรบ้างบทความนี้ได้คัดสรร และเก็บเคล็ดลับการรักษาสิวเสี้ยนไว้อย่างละเอียด ถ้าชอบวิธีไหนสามารถทำตามได้เลย

สาเหตุของ สิวเสี้ยน เกิดจากอะไร

สิวเสี้ยนมีสาเหตุมาจากหลายๆสาเหตุ ทั้งจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก อย่างในระบบการทำงารของร่างกาย หรือสภาวะรอบตัวที่มีผลต่อสภาพผิวภายนอก ทั้งที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ อย่างเช่นมลพิษฝุ่นควัน สภาพอาการ อาหารการกิน ที่มีส่วนทำให้เกิดสิวเสี้ยนขึ้นได้ และนอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายสาเหตุ เช่น

สิวเสี้ยนเกิดจากอะไร
  • ความผิดปกติของฮอร์โมน
    ระดับฮอร์โมนในร่างกายเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิวเสี้ยน โดยเฉพาะในช่วงก่อนมีประจำเดือน ที่มรการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนค่อนข้างไว ที่ส่งผลให้กระตุ้นต่อมไขมัน ให้ทำงานมากขึ้นและผลิตไขมันออกมามาก ทำให้เกิดการอุดตันตามรูขุมขน จึงกลายเป็นสิวเสี้ยนได้ง่ายขึ้น
  • การทำงานของต่อมไขมัน
    ต่อมไขมันมีหน้าที่ในการคัดหลั่ง sebum ออกมาตามรูขุมขน เมื่อต่อมไขมันมีการผลิตน้ำมันออกมามากจนเกินไปก็อาจทำให้เกิดไขมันอุดตันสะสมในรูขุมขน จนเกิดเป็นสิวเสี้ยนได้ในที่สุด
  • การล้างหน้าไม่สะอาด
    การล้างหน้าไม่สะอาดก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัย ที่จะทำให้เกิดสิวเสี้ยนขึ้นได้อย่างแท้จริง เพราะมีการสะสมเครื่องสำอาจไว้ในรูขุมขนเป็นจำนวนมาก จึงส่งผลให้มีสิวเสี้ยนได้
  • การใช้แผ่นลอกสิว
    มีหลายคนที่ต้องการกำจัดสิวเสี้ยวด้วยวิธีการลอกสิว ซึ่งเป็นวิธีที่จะทำให้สิวเสี้ยนหลุดออกมาได้ แต่ก็เป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง เพราะอาจทำให้ผิวหนังอักเสบ รูขุมขนกว้าง และเป็นสิวเสี้ยนมากกว่าเดิมได้
  • การรับประทานอาหาร
    การทานอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง รวมถึงขนมปัง ขนมหวาน และน้ำหวานมากจนเกินไปเป็นประจำ จะไปเพิ่มระดับฮอร์โมนที่มีผลต่อการเกิดสิว จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวเสี้ยนได้
  • การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
    การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำ ผิวแห้งกร้านเนื่องจากสารที่อยู่ในบุหรี่จะทำให้หลอดหลอเลือดในร่างกายแคบลง ทำให้สารอาหารที่จำเป็นและออกซิเจนไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงผิวได้ จึงทำให้ผิวอ่อนแอ ไม่สามารถป้องกันเชื้อแบคทีเรียได้ จึงทำให้เป็นสิวเสี้ยได้ง่าย
  • มลภาวะรอบตัว
    ในปัจุบันที่เป็นสาเหตุหลักๆที่ทำให้เกิดสิวเสี้ยน หรือ ผื่นแดง อาจทำให้หน้ามันและบางรายอาจส่งผลให้ผิวหน้าแห้งได้
  • การเช็ดถูหน้าแรงๆ
    การเช็ดหน้าแรงๆหรือการขัด,นวดหน้า ซึ่งอาจไปรบกวนรูขุมขน จนเกิดการระคายเคือง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ต่อมไขมันที่รากขนนั้นแตก จนเป็นสิวเสี้ยนได้ง่ายแบบไม่รู้ตัว
  • การพักผ่อนน้อย
    การพักผ่อนไม่เพียงพอก็สามารถทำให้ระบบในร่างกายกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันออกมากว่าปกติ จึงทำให้รูขุมขนเต็มไปด้วยสิวเสี้ยน

สิวเสี้ยนมักเกิดบริเวณไหนได้บ้าง?

  • สิวเสี้ยนเยอะตรงจมูกสีดำ
    ขนเส้นเล็กๆที่ขึ้นในบริเวณรูขุมขน จึงทำให้ไขมันอุดตันและทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและเปลี่ยนเป็นสีดำได้ในที่สุด การรักษาควรใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น บิดให้หมาดๆ และนำมาซับตรงจมูกประมาณ 30 วินาทีเลือกใช้คอตตอนบัตรและค่อย ๆ ดันสิวเสี้ยนให้หลุดออกจากล่างขึ้นบนไม่ควรกดแรง จากนั้นให้ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าที่ช่วยกำจัดความมันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสิวขึ้นได้อีก
  • สิวเสี้ยนเยอะตรงคาง
    การทำงานที่ผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ จึงส่งผลให้ระดับฮอร์โมนเพศเพิ่มสูงขึ้น กระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตไขมันมากกว่าปกติไปอุดตันตามรูขุมขนและเกิดสิวขึ้นคาง การรักษาควรใช้ผลิตภัณฑ์ดึงสิวเสี้ยนไม่ควรกดเองอาจทำให้ผิวหนังอับเสบและไม่สามารถกำจัดให้หายได้
  • สิวเสี้ยนเยอะตรงแก้ม
    เกิดจากการแพ้เครื่องสำอาจหรือปลอกหมอนเพราะส่งผลให้เกิดแบทีเรียสะสมขึ้นเรื่อย ๆตามรูขุมขนได้การรักษาควรเลือกใช่ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เกิดสิวเสี้ยนขึ้นได้อีก

12 วิธีรักษาสิวเสี้ยนให้ได้ผล

  1. ขัดสิวเสี้ยนด้วยสมุนไพร เช่น ทานาคาและ ไพล ผสมให้เข้ากันและจัดวนๆตรงสิวเสี้ยนประมาณ 5 นาทีหรือพอกไว้ 10นาที และวล้างออกด้วนน้ำสะอาด อย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็สามารถลดจำนวนสิวเสี้ยนได้
  2. กำจัดสิวเสี้ยนด้วยไข่ขาว นำสำลีมาชุบกับไข่ขาวทิ้งไว้ให้แห้งสนิท จากนั้นก็ดึงสำลีออก วิธีนี้จะช่วยทำให้สิวเสี้ยนหลุดติดออกมากับสำลีได้ง่ายขึ้น แต่ควรทำแค่เดือนละ 1 ครั้งเพื่อไม่ให้ผิดเกิดการระคายเคืองมากเกินไป
  3. การใช้น้ำอุ่นขัดผิวเพื่อลอกสิวเสี้ยน ใช้น้ำอุ่นเพื่อเปิดรูขุมขนตามด้วยโฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยน เน้นขัดตรงสิวเสี้ยนสัก 2 นาที และใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็อออกอย่างเบา มือสิวเสี้ยนก็จะค่อยๆหลุดออกมาได้เอง
  4. เลือกใช้ทีทรีออยล์ หยดลงไปบนสำลีสัก 2-3 หยด แปะไว้ตรงสิวเสี้ยนทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วค่อยๆเช็ดออก สิวเสี้ยนก็จะหลุดออกมาได้อย่างง่ายดายเหมือนกัน
  5. มาสก์โคลนลอกสิวเสี้ยนทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 20 นาที แล้วดึงออกเพียงเท่านี้สิวเสี้ยนก็จะหลุดหายไปได้เอง แต่ให้ระวังว่าจะเกิดการระคายเคืองที่ผิว
  6. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเรตินอล ช่วยลดไขมันบนชั้นผิว รวมไปถึงช่วยลดการเกิดสิวอุดตันหรือสิวเสี้ยนได้
  7. Dual Yellow ช่วยลดการสะสมของสิวอุดตัน สิวเสี้ยนได้เพราะมีโปรแกมที่จะช่วยลดสารพิษที่ตกค้างบนผิว และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้กับผิวได้ นอกจากจะช่วยลดสิวเสี้ยนแล้ววิธธีนี้ยังช่วยลดรอยดำ รอยดำ หรือรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวได้อีกด้วย
  8. การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ เป็นรักษาด้วยการทานยา แต่อาจจำต้องใช้เวลานานหลายสัปดาห์ จึงจะเริ่มเห็นประสิทธิภาพ ซึ่งการออกฤทธิ์ของตัวยาจะช่วยลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียที่ผิว ซึ่งจะทำให้สิวเสี้ยนมีปริมาณที่ลดลงด้วย
  9. เบนโซBenzoyl Peroxide (เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์) เป็นยาทารักษาสิว ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย และทำให้ผิวแห้ง จึงไม่ทำให้เกิดความมันที่อุดตันในรูขุมขน
  10. กรดอะซีลาอิก เป็นกรดไดคาร์บอกซิลิกที่มีอยู่ในธัญพืช สังเคราะห์ได้ตามธรรมชาติโดยยีสต์เป็นสารต้านการอักเสบและต้านเชื้อแบคทีเรีย จึงสามารถช่วยลดสิวได้
  11. สารประกอบเรตินอยด์ ส่วนประกอบที่ถูกนำมาใช้เพื่อดูแลผิวต่าง ๆ เร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่ช่วยสร้างคอลลาเจน และลดการอับเสบของผิวได้
  12. กรดซาลิไซลิก ช่วยเรื่องริ้วรอย ดูดซึมลงไปในรูขุมขนเพื่อล้างเอาไขมันที่ติดตามรูขุมขนให้หลุดออก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผื่น หรือสิวต่างๆได้เช่นกัน

วิธีป้องกันสิวเสี้ยน

  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ลดความมันเพื่อป้องกันสิวอย่างเป็นประจำ
  • งดการใช้มือสัมผัส เช่นการแกสิว บีบสิว และควรล้างมือก่อนทุกครั้ง เพื่อช่วยให้ไม่เกิดเชื้อแบทีเรียเพิ่มขึ้นอีก
  • เลือกเครื่องสำอางที่ไม่มีน้ำมันผสม เพื่อป้องกันการอุดตันตามรูขุมขน
  • ควรล้างหน้าอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งด้วยสบู่อ่อน ๆและน้ำอุ่น เพื่อให้ผิวรู้สึกผ่อนคาย
  • การทำสครับขัดผิวเบาๆ เพื่อช่วยเร่งให้ผิวหนังที่ตายแล้วหลุดออกไปจากผิวได้เร็วขึ้น เป็นการลดการสะสมของสิ่งสกปรกในรูขุมขนซึ่งเป็นสาเหตุหลักของสิวเสี้ยน
  • มาเด้คอลลาเจนให้ผิวแข็งแรง และช่วยดีท็อกซ์กำจัดสารพิษที่อยู่บนผิวให้หลุดออกไป อีกทั้งยังบำบัดรักษาเซลล์ ปรับความสมดุลทำให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วขึ้น มีความชุ่มชื้นไม่แห้งกร้าน
  • Pora Cooling ทำความสะอาดหน้า ฟื้นฟูอย่างล้ำลึก ด้วยพลังงานไฟฟ้า และช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวอักเสบที่ติดเชื้อ หรือกำจัดสิวเสี้ยนให้น้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สิวเสี้ยนหายเองได้หรือไม่?

ตามธรรมชาติแล้วผิวสามารถค่อยๆขจัดสิวเสี้ยนออกไปได้เอง และไม่เสี่ยงต่อผลแทรกซ้อนใดๆ แต่อาจจะต้องใช้เวลานาน ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้แล้วมีภาวะอักเสบหรือติดเชื้อก็อาจทำให้สิวเสี้ยนเกิดการลุกลาม เป็นสิวอักเสบได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันจึงขอแนะนำให้เข้าปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรักษาไม่อย่างถูกวิธี

สามารถบีบกดสิวเสี้ยนให้หลุดได้หรือไม่?

การบีบและกดสิวเสี้ยนนั้นสามารถทำให้สิวหลุดได้ แต่เป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องและไม่มีความสะอาด นอกจากจะส่งผลให้ผิวหนังอับเสบแล้ว อีกทั้งยังเป็นการทำร้ายผิวโดยตรงให้เกิดผื่นแดง รูขุมขนกว้าง และไม่สามารถกำจัดให้หายไปได้อย่างถาวร แต่การรักษาด้วยแพทย์เฉพาะทาง จะมีวิธีในการกำจัดสิวเสี้ยนได้อย่างปลอดภัย และให้ผลลัพธ์ที่ถาวรในระยะยาว

แผ่นลอกสิวเสี้ยนได้ผลจริงหรือไม่?

การใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนเป็นวิธีที่สามารถลอกสิวเสี้ยนได้จริง แต่ไม่สามารถรักษาปัญหาสิวเสี้ยนได้อย่างถาวร หากมีการทำบ่อยๆครั้งก็อาจมีผลข้างเคียงทำให้รูขุมขนกว้าง ผิวแห้ง บางรายมีอาการคัน ผิวหนังอับเสบจนเป็นสิวเห่อขึ้นเต็มหน้าได้ ดังนั้นแผ่นลอกสิวเสี้ยนจึงเป็นการกำจัดสิวเสี้ยนเพียงชั่วคราว ไม่สามารถกำจัดได้อย่างถาวร

เป็นสิวเสี้ยนควรหาหมอผิวหนังหรือไม่?

ถึงแม้ว่าสิวเสี้ยนจะรักษาได้หลายวิธี แต่หากต้องการรักษาสิวเสี้ยนให้หมดไปในระยะยาว และป้องกันการพัฒนาสิวเสี้ยนจนกลายเป็นสิวอักเสบ ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านผิวหนังโดยตรง เพื่อหาสาเหตุ และรับการรักษาที่ตรงจุดอย่างถูกวิธีมากที่สุด และรักษาผิวหนังได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญยังมีวิธีต่างๆที่จะช่วยลดโอกาสการเกิดสิวเสี้ยนในอนาคตได้อีกด้วย

สรุป

หากมีการรักษาสิวเสี้ยนอย่างถูกวิธี จะทำให้สิวเสี้ยนนั้นหายไปได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ทำร้ายผิว และไม่ทำให้สิวเสี้ยนนั้นกลับมาเป็นซ้ำได้อีก ซึ่งวิธีที่แพทย์ผิวหนังส่วนใหญ่เลือกใช้จะเป็นการรักษาด้วยประสิทธิภาพการทำงานของ Dual Yellow ที่ช่วยในการปรับสมดุลของผิว ช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างในรูขุมขน และช่วยกระชับรูขุมขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความแห้งกร้านของผิว จึงสามารถรักษาสิวเสี้ยนได้โดยไม่มีผลข้างเคียงที่อันตราย ให้ความปลอดภัยกับผิวหนังมากที่สุด

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง