รอยตีนกา คือ? รู้สาเหตุและวิธีรักษาเร็ว ช่วยป้องกันปัญหาหน้าแก่ก่อนวัย

วิธีลดริ้วรอยตีนกา

รอยตีนกา หรือริ้วรอยบริเวณหางตาทั้งสองข้าง เป็นปัญหาที่ส่วนใหญ่พบได้เมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจน ในขณะที่ยิ้ม หรือหัวเราะ ทำให้ใบหน้าดูแก่ขึ้นกว่าเดิม เกิดเป็นความกังวลใจ อยากหาวิธีแก้ ซึ่งบทความวันนี้รวบรวมวิธีลดรอยตีนกา เลือกแบบไหน ที่เหมาะกับเรา

สารบัญเนื้อหา

รอยตีนกา คืออะไร มีกี่ประเภท?

ตีนกา คือ เส้นขีด เส้นพับ ที่ผิวหนังบริเวณหางตาทั้งสองข้าง มักเกิดขึ้นเมื่อมีอายุมากขึ้น และจะเห็นได้ชัดจนทำให้ขาดความมั่นใจได้ง่ายๆ เมื่อยิ้ม หรือหัวเราะ ซึ่งตีนกาที่เกิดขึ้นนั้น แบ่งออกได้ 2 ประเภท

รอยตีนกาตื้น

เกิดจากการที่ผิวหนังโดนมลภาวะต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เช่นแสงแดดแรงๆ อากาศเย็นจนผิวแห้ง จะทำให้ผิวบริเวณหางตาเกิดริ้วรอยขึ้นมาเป็นรอยขีดเล็กๆ

รอยตีนกาลึก

เป็นปัญหารอยตีนกาที่เกิดจากผิวหนังเสื่อมสภาพด้วยอายุที่มากขึ้น การทำงานของชั้นใต้ผิวเริ่มเสื่อมโทรม หากไม่รีบแก้ไข ริ้วรอยตีนกาเหล่านี้จะค่อยๆ ลึกขึ้น และสร้างความหย่อนคล้อยให้ผิวหนัง

สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดตีนกา

สาเหตุของรอยตีนกา

สำหรับผู้ที่กำลังมีปัญหารอยตีนกา มาเช็กกันก่อนดีไหมว่า สาเหตุและปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เกิดรอยตีนกา เพื่อที่จะได้ทราบและได้หาแนวทางการแก้ไขได้อย่างเหมาะสม

  • อายุมากขึ้น

เมื่ออายุมากขึ้น ผิวจะค่อยๆ เสื่อมสภาพ และสูญเสียคอลลาเจน และอีลาสติน จึงทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น และขาดความชุ่มชื้น ซึ่งแน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ตามมาคือผิวบริเวณหางตา จะค่อยๆ เกิดริ้วรอยตื้นๆ และค่อยๆ ลึกขึ้น จนเกิดเป็นริ้วรอยที่มาพร้อมความหย่อนคล้อย ทำให้ผิวหนังย้วยและยาน

  • การขยี้ตา

การใช้มือไปสัมผัสบริเวณผิวรอบดวงตาบ่อยๆ ก็มีผลทำให้ผิวหนังเกิดรอยพับ จนเป็นขีดริ้วรอยเริ่มตามมา ซึ่งการพฤติกรรมการสัมผัสถี่ๆ บริเวณรอบดวงตาก็คือ การขยี้ตา นั่นเอง

  • การแสดงอารมณ์ทางสีหน้า

เมื่อผิวหนังบนใบหน้าขยับมากๆ จากการแสดงอารมณ์ เช่น การยิ้ม การหัวเราะ หรือแม้แต่การขมวดคิ้ว ร้องไห้จนตาบวม ก็ส่งผลต่อผิวหนังบริเวณรอบดวงตาด้วยกันทั้งสิ้น จึงเป็นสาเหตุเล็กๆ ที่ค่อยๆ สร้างรอยตีนกาขึ้นมาได้เช่นกัน

  • ช่วงอายุที่มักจะมีรอยตีนกา

สำหรับรอยตีนกา จะเห็นได้ชัดเจน ในผู้ที่มีอายุ 35 -40 ขึ้นไป และอาจน้อยกว่านั้นหากมีปัจจัยของพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่ดีต่อผิว เช่น การตากแดดแรงๆ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ นอนดึกเป็นประจำ เป็นต้น

รอยตีนกาสามารถขึ้นบริเวณไหนได้บ้าง?

ตำแหน่งริ้วรอยตีนกา

ริ้วรอยตีนกา หรือริ้วรอยขีดเกิดขึ้นได้หลายตำแหน่งบนใบหน้า ไม่ใช่เกิดแค่บริเวณหางตาเท่านั้น ซึ่งบริเวณที่เกิดขึ้นได้ง่าย และเห็นได้ชัดเจนมีดังนี้

  • ริ้วรอยบนหน้าผาก
  • ริ้วรอยระหว่างคิ้ว หางคิ้ว 
  • ริ้วรอยรอบดวงตา
  • ริ้วรอยร่องแก้ม
  • ริ้วรอยสันจมูก
  • ริ้วรอยร่องมุมปาก หรือที่เรียกกันว่า ร่องน้ำหมาก

12 วิธีลดรอยตีนกา

การรักษารอยตีนกา มีหลายวิธีมาก ตั้งแต่สามารถทำเองได้ง่ายๆ สำหรับผู้ที่มีรอยตีนกาไม่มาก ไปจนถึงผู้ที่มีรอยตีนกาเยอะ ต้องใช้วิธีรักษาโดยนวัตกรรม-เทคนิคการแพทย์เข้ามาช่วย เพื่อได้ผลลัพธ์ที่ดี ชัดเจน ในระยะเวลาอันรวดเร็ว  ดังนั้นจึงรวบรวมวิธีรักษารอยตีนกามาให้ผู้ที่กำลังมีปัญหาทั้งสิ้น 12 วิธีดังนี้

1. ครีมลดริ้วรอยหางตา

การทาครีมลดรอยตีนกา เป็นวิธีที่ง่ายและสามารถทำเองได้ที่บ้าน ซึ่งเนื้อครีมสำหรับการแก้ปัญหารอยตีนกา จะต้องมีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระ  ที่เป็นแอนตี้ออกซิแดนท์ นั่นก็คือ เรตินอล (Ratinol) ที่จะช่วยให้ลดเลือนริ้วรอยตีนกา

การทาครีมลดรอยตีนกา เหมาะกับใคร?

  • เหมาะกับผู้ที่มีรอยตีนกาไม่มาก หรือเป็นรอยตีนกาตื้น มีน้อย อันเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ขยี้ตา ,นอนตะแคงแล้วชอบเอาฝ่ามือแนบแก้ม เป็นต้น
  • เหมาะกับผู้ที่ยังมีอายุไม่มาก และต้องการดูแลผิวหน้าโดยเฉพาะเรื่องริ้วรอยอันอาจเกิดก่อนวัย

2. สครับผิว / พอกหน้าลดริ้วรอย

เป็นอีกวิธีแก้ปัญหารอยตีนกา ที่ทำเองได้ที่บ้าน ด้วยสมุนไพร หรือผลไม้ที่หาซื้อได้ง่าย โดยใช้ผัก ผลไม้ และสมุนไพรที่มีคุณสมบัติฟื้นฟู ลดเลือนรอยตีนกา

วิธีการคือนำมาปั่นให้มีเนื้อหยาบๆ นำมาสครับผิว ด้วยกันค่อยๆ ใช้นิ้วนวดวนบริเวณหางตา หรือจะนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ก็ได้เช่นกัน แต่ให้ปั่นเป็นน้ำละเอียด หรือผสมอย่างอื่น เช่น น้ำผึ้ง โยเกิร์ต ไข่ขาว ให้มีความเป็นน้ำชุ่มชื้น จะเหมาะกับการพอกหน้ามากกว่า 

โดยผลไม้ ผัก และสมุนไพร ที่เหมาะกับการนำมาสครับผิว – พอกหน้าเพื่อลดรอยตีนกามีดังนี้

  • ว่านนางคำ 
  • ใบตำลึง
  • ใบบัวบก
  • แครอท

สครับผิว / พอกหน้า เหมาะกับใคร?

  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหารอยตีนกาตื้น หรือริ้วรอยบริเวณรอบดวงตาที่เกิดจากมลภาวะแวดล้อม และการใช้ชีวิตประจำวัน 

3. ฉีดโบท็อกลดรอยตีนกา

การฉีดโบท็อกหรือ (Botulinum toxin A) ไปที่บริเวณรอยตีนกา เพื่อไปออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ ให้บริเวณที่เป็นรอยตีนกา ค่อยๆลบเลือนจางลงไปในที่สุด ไม่เพียงเท่านั้น ยังทำให้ผิวบริเวณรอบดวงตา ตึงกระชับ เรียบเนียนขึ้น ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและเห็นได้ชัดเจนว่าผิวเกิดการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ 4 – 5 วันแรกหลังฉีด และจะแสดงผลลัพธ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพใน 2 สัปดาห์

 ฉีดโบท็อกเหมาะกับใคร?

  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยก่อนวัย หรือเกิดรอยตีนกาตื้น อันเป็นผลมาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น โดนแสงแดดจัดอยู่บ่อยๆ นอนดึก ขยี้ตาบ่อย
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า ให้มีความสมดุล เรียบเนียน เรียวสวย และเต่งตึง
  • เหมาะกับผู้ที่ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ต้องการคืนความกระชับขึ้น และยังคงความเป็นธรรมชาติ

บทความเพิ่มเติม : โบท็อกหางตา คืออะไร ริ้วรอยลดลง ช่วยให้หน้าเด็กได้จริงหรือไม่

4. ฉีดฟิลเลอร์รักษาริ้วรอย

ลดรอยตีนกาด้วยการฉีดฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid เพื่อลดริ้วรอยและชะลอวัยใบบนหน้า อีกทั้งยังเป็นการช่วยยกพยุงผิวให้กลับมาเต่งตึงขึ้น และยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับรอบดวงตา และชะลอการเกิดรอยตีนกาอันจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ดีอีกด้วย

ฉีดฟิลเลอร์เหมาะกับใคร?

  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหารอยตีนกา ทำให้รอยตีนกาตื้นขึ้น
  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นหน้าผาก ร่องแก้ม ร่องสันจมูก 
  • เหมาะกับผู้ที่มีคางสั้น ต้องการฉีดเติมเต็มคางให้ดูเรียวยาว อย่างเป็นธรรมชาติ
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการเติมเต็มความอวบอิ่มของปาก อันเกิดจากปัญหาปากมีริ้วรอย ร่องลึก หรือปากบางเกิน ไม่สมส่วน
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาลดรอยหลุมสิว ทำให้ดูตื้นขึ้น และเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ

5. เลเซอร์ตีนกา

แก้ปัญหารอยตีนกาด้วยการยิงพลังงานลงไปใต้ผิวหนัง และต้องยิงซ้ำหลายๆ ครั้ง เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาชัดเจน รอยตีนกาจะค่อยๆ ตื้นขึ้น

การทำเลเซอร์เหมาะกับใคร?

  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหารอยตีนกาไม่ลึกมาก
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาริ้วรอยแบบถาวร
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดริ้วรอยไปพร้อมๆ กับ สร้างคอลลาเจน และอีลาสตินใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวอิ่มฟู เนียนใส

6. ไอฟู (HIFU) แก้รอยตีนกา

สำหรับ Hifu เพื่อแก้ไขรอยตีนกา จะปล่อยพลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง ลงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้คอลลาเจนเพื่มขึ้น เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบขึ้น ส่งผลให้ริ้วรอยตีนกาของดวงตาทั้งสองข้างตื้นขึ้น และทำให้ผิวเรียบเนียนในที่สุด

HIFU เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวแก้มหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึกไม่กระชับ 
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหลายด้าน และต้องการทำหัตถการอื่นๆ ต่อจากนี้ได้

7. เอ็นโดไทน์หน้าผากลดตีนกา

แก้ปัญหารอยตีนกา ด้วยนวัตกรรมยกกระชับใบหน้า เป็นการศัลยกรรมแผลขนาดเล็กพิเศษ โดยการส่องกล้องและนำการนำเอา Endotine (เอนโดไทน์) ซึ่งเป็นวัสดุทางการแพทย์เข้าไปยึดเหนี่ยวผิวหนังที่มีความหย่อนคล้อย รวมถึงริ้วรอยให้ตึงกระชับขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ เป็นผลดีต่อการฟื้นฟูผิวหนังให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

เอ็นโดไทน์ เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าให้เต่งตึงทั่วทั้งใบหน้า
  • เหมาะกับผู้ที่มีริ้วรอยย่นบนหน้าผาก คิ้วตก รอยตีนกา หางตาตก  หนังตาหย่อน ชั้นตาหลบใน แก้มย้อย ผิวหย่อนคล้อยทั้งบริเวณหน้าคอ

8. นวดหน้าสลายตีนกา

การนวดใบหน้า และบริเวณรอบดวงตา เพื่อลดรอยตีนกา มีวิธีการนวดโดยใช้นิ้วมือค่อยๆ คลึงไปบริเวณหางตา และวนไปด้านใดด้านหนึ่งให้รอบผิวหนังดวงตา เพื่อไปกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้ผิวบริเวณนั้นเกิดการคลายตัวและเรียบเนียนขึ้นโดยใช้ระยะเวลาในการนวดหน้าลดร่องแก้ม ประมาณ 10-20 นาที

นวดหน้า เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้ที่อายุยังไม่เยอะ และมีปัญหารอยตีนกา หรือริ้วรอยบริเวณรอบดวงตาเพียงเล็กน้อย อันเกิดจากกล้ามเนื้อตาเกร็ง เหนื่อยล้า รอยพับรอยย่นจากการที่ผิวแห้ง โดนแสงแดดจัด

9. กัวซาลดริ้วรอยตีนกา

หินกัวซา ศาสตร์การรักษาโรคของแพทย์แผนจีน ที่นอกจากจะช่วยในเรื่องของสุขภาพร่างกายแล้ว ยังนำมาช่วยในเรื่องของความสวย ความงามบนใบหน้าได้ด้วยเช่นกัน

สำหรับการนวดหินกัวซา เพื่อลดรายตีนกา ใช้หลักการเดียวกับการนวดหินกัวซา เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดใต้ผิวหน้า ไปพร้อมๆ กับขับสารพิษใต้ชั้นผิว ซึ่งการเคลียร์ของเสียใต้ผิว และจัดกระบวนการทำงานของผิวให้ทำงานดีขึ้น ก็จะช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น กักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีมากขึ้น ริ้วรอยตีนกาก็จะค่อยๆ ตื้นและดูจางลง

กัวซา เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหน้ามีรอยตีนกาเล็ก ๆ จากมลภาวะ หรือแสงแดด
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักผ่อนผิวหน้า หรือรีบูทการทำงานของเซลล์ผิวหน้าให้ฟื้นตัวดีขึ้น
  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย 
  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ จากการพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าอ่อนแอ จากการโดนมลพิษในชีวิตประจำวัน
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการคืนความสดใสให้กับผิวหน้า 
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการมีใบหน้าเลือดฝาดอย่างเป็นธรรมชาติ

10. Ulthera 

ลดรอยตีนกาโดยใช้ คลื่นไมโครโฟกัสอัลตร้าซาวน์ ยิงเข้าสู่ใต้ผิวหนังบริเวณที่มีริ้วรอย เพื่อไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว โดยเครื่องนี้จะมีหัวยิงแบบ 3 ระดับในการส่งคลื่นพลังงานไปยังชั้นผิวที่มีความลึกต่างกัน เพื่อให้พลังงานสามารถลงไปแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดและแม่นยำ

Ulthera เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดรอยตีนกา แต่ไม่ต้องการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า
  • เหมาะกับผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง เนื่องจาก การทำ Ulthera ไม่จำเป็นต้องทำถี่ เพียงแค่ทำปีละ 1 ครั้ง เพราะผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจยังคงอยู่ได้นาน 1 – 2 ปี

11. Thermage 

ลบรอยตีนกาด้วยการใช้ความถี่ของคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว เปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน  เข้าไปในชั้นหนังแท้ (Dermis) ไปจนถึงชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพบริเวณรอบดวงตาให้สร้างขึ้นมาใหม่ ส่งผลให้ผิวมีความยืดหยุ่น รอยตีนกาตื้น แต่ให้ผิวเรียบเนียนเต่งตึง ดูอ่อนกว่าเยาว์

Thermage เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย มีริ้วรอยตีนกาปานกลางถึงมาก 
  • เหมาะกับผู้ที่มีไขมันบนใบหน้าเยอะ และผู้ต้องการคืนความอ่อนเยาว์ทั้งใบหน้าให้กลับมาเต่งตึง ได้รูปที่ชัดเจนขึ้น

12. ผ่าตัดศัลยกรรมลบรอยตีนกา

การผ่าตัดรอยตีนกา คือการผ่าเอากล้ามเนื้อบริเวณหางตา อันเป็นปัญหาหลักของรอยตีนกาออก ไปพร้อมๆ กับตัดเอาผิวหนังที่หย่อนคล้อยออกไปด้วย จึงให้ผลลัพธ์ที่ทำให้ใบหน้าเต่งตึง ยกกระชับมากยิ่งขึ้น

ผ่าตัดศัลยกรรมลบรอยตีนกา เหมาะกับใคร

  • เหมาะกับผู้ที่มีรอยตีนกาลึกมาก หรือเป็นผู้ที่มีอายุมาก และต้องการลบตีนกาแบบถาวร ไปพร้อมๆ กับยกกระชับใบหน้าให้ดูอ่อนวัยขึ้น

วิธีดูแลตัวเองเพื่อป้องกันรอยตีนกา

ปัญหารอยตีนกา เป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ง่าย ไม่ต้องเข้ารับหัตถการหรือใช้เทคนิคแพทยืพิเศษ และไม่ต้องเจ็บตัว ดูแลตัวเองเป็นพิเศษจากการผ่าตัดศัลยกรรม ดังนั้นจะดีกว่าไหม ถ้าเริ่มจากการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันรอยตีนกา หรือชะลอการเกิดรอยตีนกาที่เกิดเร็ว ให้ช้าลงกว่าเดิม ซึ่งวิธีการดูแลตัวเองมีดังนี้

  • บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น

สามารถบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ ได้ตั้งแต่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์เป็นหลัก รวมถึงทาครีมกันแดดเป็นประจำ

  • ทานอาหาร

เลือกทานอาหาร ผัก ผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อผิว ดื่มน้ำสะอาดต่อวันอย่างเพียงพอ 

  • ทานวิตามิน

หากการรับประทานอาหารต่อวันอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการผิว อาจเสริมด้วยวิตามินบำรุงผิว เช่น คอลลาเจน, Astaxanthin, Coenzyme Q10 เป็นต้น

สรุป

วิธีลดรอยตีนกา เลือกแบบไหนที่เหมาะกับเรา แม้ว่าจะเป็นหัวใจสำคัญหลักที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แต่อย่าลืมว่าผิวบริเวณรอบดวงตา เป็นผิวที่บอบบาง ดังนั้นนอกจากวิธีที่เหมาะสมแล้ว ยังต้องเลือกคลินิกและแพทย์ผู้ทำหัตถการที่เชี่ยวชาญ ไม่เช่นนั้นอาจให้ผลลัพธ์ออกมาไม่เป็นธรรมชาติ ดวงตาดูแข็ง แน่นอนว่า กังนัมคลินิก ให้ความสำคัญทั้งการเลือกหัตถการที่เหมาะกับลูกค้า ไปจนถึงมีเทคนิคการทำที่แม่นยำ ละเอียด ไม่ยอมให้เกิดปัญหาตามมาอย่างแน่นอน 

ดังนั้นแล้ว หากใครที่กำลังสนใจลดรอยตีนกาที่ปลอดภัย ให้ผลลัพธ์สวย สามารถติดต่อได้ที่ Gangnam clinic ที่มีทั้ง 24 สาขาทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล หรือสามารถแอดไลน์ Line: @gangnamclinic เพื่อนัดหมาย/ ปรึกษา และขอรับบริการ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง