หลุมสิวหายเองได้ไหม? หลุมสิวของคุณรักษาง่ายหรือยาก? เช็คเลย

การกังวัลใจว่าหลุมสิวหายที่เกิดขึ้นนั้นจะหายเองได้ไหม? ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่สำหรับใครหลายๆ คนกันเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะช่วยลดความมั่นใจแล้ว หลังจากสิวหายแล้วยังสร้างปัญหากวนใจตามมาอีกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นรอยสิวทั้งรอยดำ รอยแดง และหนักที่สุดก็คงจะเป็นหลุมสิวนั่นเอง ในบทความนี้เราเลยจะมาเจาะประเด็นการรักษาหลุมสิว กันว่าสามารถรักษาหายเองได้ไหมหรือมีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง?

หลุมสิวเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง?

หลุมสิว คือรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวหัวช้างหรือสิวอักเสบ มีลักษณะเป็นหลุมยุบลงไปเนื่องจากร่างกายทำการสมานแผลไม่สมบูรณ์ โดยปกติแล้วหากเรามีแผลเกิดขึ้นร่างกายของเราจะมีกลไกในการซ่อมแซมตัวเองด้วยการสร้างเนื้อเยื่อและคอลลาเจนขึ้นมาในบริเวณนั้นเพื่อสมานแผล แต่หากกลไกในการสมานแผลไม่สมบูรณ์ก็จะเกิดรอยแผลเป็นตามมาอย่างเช่น หลุมสิว แผลเป็นนูน หรือคีลอยด์

คุณมีหลุมสิวเป็นแบบไหนกันนะ?

ก่อนที่จะไปดูว่าหลุมสิวที่เรามีนั้นเป็นแบบไหน เรามาทำความรู้จักกับหลุมสิวกันก่อนดีกว่าว่า หลุมสิวมีกี่แบบ แล้วแบบไหนควรรักษาอย่างไร

หลุมสิวสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 แบบ คือ

  • Rolling Scars เป็นหลุมสิวแบบตื้น มักมีขนาดมากกว่า 4-5 มิลลิเมตร มีลักษณะเป็นแอ่งเว้าลงไป เป็นหลุมสิวที่รักษาได้ง่ายที่สุด เนื่องจากกินพื้นผิวที่เพียงเล็กน้อย หลุมสิวประเภทนี้ส่วนใหญ่มักเกิดในบริเวณแก้มช่วงล่างถึงคาง และบริเวณขากรรไกร
  • Box Scars เป็นหลุมสิวที่มีความรุนแรงในระดับที่สอง มีขนาด 3-4 มิลลิเมตร มีลักษณะเป็นบ่อ มีขอบหลุมสิวที่ชัด มีความกว้างของปากแผลและก้นแผลที่เท่ากัน ซึ่งหลุมสิวแบบนี้มีทั้งแบบตื้นและแบบลึก มักเกิดในบริเวณ แก้มช่วงล่างถึงคาง และบริเวณขากรรไกรเช่นกันกับหลุมสิว Rolling Scars
  • Ice Pick Scars เป็นหลุมลึกปากของหลุมแคบ ปากแผลมีขนาดน้อยกว่า 2 มิลลิเมตร มีลักษณะคล้ายกรวย เป็นหลุมสิวที่รักษายากที่สุดและใช้เวลาในการรักษานานที่สุด เนื่องจากก้นแผลลึกถึงชั้นรูขุมขน บริเวณที่มักเกิดหลุมสิวประเภทนี้คือบริเวณโหนกแก้มหรือหน้าผาก

หลุมสิวหายเองได้ไหม? รักษาอย่างไรได้บ้าง?

หลุมสิวไม่สามารถหายเองได้ตามธรรมชาติ แต่ในปัจจุบันเรามีทางเลือกในการรักษาแผลจากหลุมสิวอย่างมากมายหลายวิธีด้วยกัน เช่น

การใช้เลเซอร์รักษาหลุมสิว

เลเซอร์ที่แพทย์ผิวหนังแนะนำมากที่สุดคือ Picoway Laser เพราะสามารถรักษาหลุมสิวได้ทั้ง 3 แบบ เนื่องจากเป็นการส่งคลื่นแสงเลเซอร์ลงชั้นหนังกำพร้าเพื่อทำลายเม็ดสีและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวให้เกิดการสร้างตัวใหม่ ส่งผลให้หลุมสิวค่อยๆ ตื้นขึ้นหลังจากทำ ซึ่งการเซอร์ถือว่าเป็นวิธีที่ได้ผลลัพธ์ค่อนข้างดีและได้ผลลัพธ์แบบถาวร โดยสามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ ผู้ทำจะสังเกตได้เลยว่าหลุมสิวค่อยๆ ตื้นขึ้นหลังทำไปประมาณ 2-3 สัปดาห์ ซึ่งเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดผู้ทำควรเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องตามที่แพทย์แนะนำ

การใช้ยากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอหรือกรดวิตามินเอ

การใช้กรดมาเป็นตัวกระตุ้นให้ผิวหนังชั้นนอกหลุดออกไปให้เผยผิวใหม่ที่เรียบเนียนขึ้นกว่าเดิม วิธีนี้เหมาะกับหลุมสิวแบบตื้น เช่น Rolling Scars เท่านั้นเนื่องจากมีพื้นผิวด้านล่างหลุมสิวค่อนข้างบาง แต่วิธีนี้ก็เป็นอีกวิธีที่ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ไม่สามารถซื้อยามาใช้เองได้เนื่องจากอาจเกิดอาการระคายเคืองจนผิวไหม้ได้

กรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี

เป็นการกรอผิวชั้นหนังกำพร้า ช่วยให้ผิวบริเวณนั้นสร้างเนื้อเยื่อและคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ และผลัดเซลล์ผิวเดิมออกไป ซึ่งวิธีนี้อาจมีผลข้างเคียงที่ตามมาคืออาการแสบหน้าและผิวไวต่อแสงแดดได้ ดังนั้นผู้ที่เรารักการรักษาด้วยวิธีจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

การตัดพังผืด

หรือที่เรียกว่า subcision เป็นวิธีการสอดเครื่องมือเข้าไปตัดพังผืดที่ยืดหลุมสิวออกจากกัน เพื่อให้มีช่องว่างระหว่างชั้นแล้ว จากนั้นร่างกายของเราก็จะเกิดการกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาทดแทนใหม่ในช่วงว่างนั้น ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นนั่นเอง วิธีนี้เหมาะกับหลุมสิวที่เป็นมานานแล้วเกิดพังผืดที่ยึดติดกันแน่นสนิท แต่ก็เป็นวิธีที่ต้องใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาเนื่องจากจะต้องทำการค่อยๆ ตัดพังผืดของหลุมสิวไปทีละหลุมนั่นเอง

การผ่าตัดหลุมสิว

ใช้วิธีการผ่าตัดหลุมสิวเดิมแล้วเย็บแผลให้ติด ซึ่งวิธีนี้เปรียบง่ายๆ ก็คือการสร้างแผลใหม่ในจุดเดิม เพื่อให้ร่างกายเข้าสู่กระบวนการสมานแผลใหม่อีกครั้งนั่นเอง วิธีนี้เหมาะสำหรับหลุมสิวที่มีขนาดเล็ก มีจำนวนไม่มาก โดยขนาดของหลุมสิวที่เหมาะกับวิธีนี้คือไม่เกิด 3 มิลลิเมตร

การฉีดฟิลเลอร์หลุมสิว

การฉีดสาร Hyaluronic Acid เข้าไปเติมให้หลุมสิวตื้นขึ้น ซึ่งวิธีนี้ควรทำคู่กับการตัดพังผืด เพราะการตัดพังผืดออกจากกันจะทำให้เกิดช่องว่างในผิวหนังแล้วใช้วิธีการฉีดสารฟิลเลอร์เข้าไปเพิ่มเติมเต็มช่องว่างนั้น วิธีนี้เป็นอีกวิธีที่ต้องใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะสูงเนื่องจากจะต้องค่อยฉีดสารฟิลเลอร์เข้าไปเติมหลุมสิวทีละหลุม ซึ่งจะเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีและไม่ทิ้งรอยแผลไว้บนหน้า แต่ก็มีข้อเสียคือสารฟิลเลอร์เป็นสารที่สลายตัวได้ในร่างกาย ดังนั้นผลลัพธ์ของการฉีดสารฟิลเลอร์จะอยู่ได้แค่ 6-12 เท่านั้น

การรักษาหลุมสิวด้วย Picoway Laser คืออะไร

Picoway Laser คือ เครื่องเลเซอร์จากประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองจาก U.S. FDA (องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา) ว่าเป็นเครื่องเลเซอร์ที่สามารถรักษาหลุมสิว รอยสิวและรอยแผลเป็นได้ภายในเวลาอันสั้น เนื่องจากสามารถส่งพลังงานเลเซอร์ลงไปยังชั้นผิวได้ลึกและแม่นยำกว่าเครื่องเลเซอร์แบบอื่นๆ

จุดเด่นของ Picoway Laser คือการปล่อยเลเซอร์ลงไปที่ชั้นผิวเพื่อไปทำลายเม็ดสี และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวบริเวณนั้นเกิดการซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้เกิดการเรียงตัวขึ้นใหม่อย่างมีระเบียบ จึงทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น ทั้งยังช่วยลดรอยแผลเป็นอีกด้วย

นอกจากนั้นหลังทำ Picoway Laser ยังสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ โดยผู้ทำไม่ต้องพักฟื้น เนื่องจากมีอาการเจ็บน้อยและไม่มีแผลตกสะเก็ดหลังทำอีกด้วย

ซึ่งวิธีนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่แพทย์ผิวหนังหลายๆ คนแนะนำ เนื่องจากเป็นวิธีใช้สามารถรักษาหลุมสิวได้ทุกรูปแบบ ใช้ระยะเวลาในการรักษาน้อย มีความเจ็บระหว่างรักษาน้อย และสามารถรักษาหลุมสิวได้อย่างถาวร

แล้วการทำ Picoway Laser ดีกว่าวิธีแบบอื่นอย่างไร

หลายคนคงจะเกิดคำถามว่าทำไมแพทย์ผิวหนังหลายๆ คนถึงแนะนำการทำเลเซอร์ Picoway ในการรักษาหลุมสิวมากกว่าวิธีอื่นๆ ซึ่งก็เพราะว่าการทำเลเซอร์ Picoway นั้นถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกถึง 3 ตัว เพราะว่านอกจากจะช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้นแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำหรือรอยแผลเป็นต่างๆ ได้อีกด้วย ทั้งยังช่วยให้ผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอกันอีกต่างหาก

แต่นอนว่าการทำ Picoway Laser ไม่ได้ช่วยให้หลุมสิวหายขาดได้เพียงครั้งเดียว เพราะหลุมสิวบางประเภทค่อนข้างมีความลึกอาจจะต้องใช้การยิงแสงเลเซอร์เข้าไปซ้ำเพื่อจุดนั้นสร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ผู้ทำจึงควรเข้ารับการรักษาอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์ผู้รักษานั่นเอง

สรุป

หลุมสิวไม่สามารถหายเองได้ตามธรรมชาติได้ แต่เราสามารถรักษาหลุมสิวได้หลายวิธีทั้งการรักษาด้วยตนเอง เช่นการทายาหรือเข้าคลินิกรักษา หรือการเข้ารับการรักษาจากคลินิกที่มีคุณหมอด้านผิวหนัง แต่ทางที่ดีไม่ว่าจะเป็นการรักษาแบบไหนก็ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย และหากจะให้พูดถึงวิธีที่แนะนำที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นการทำ Picoway Laser เนื่องจากเป็นวิธีที่สามารถรักษาได้ทั้งหลุมสิว รอยสิวทั้งรอยดำ รอยแดง รวมไปถึงปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำได้ในครั้งเดียวและสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ครั้งแรก นอกจากนั้นยังเป็นการรักษาหลุมสิวแบบถาวรอีกด้วย

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง