ปัญหา คอเหี่ยว คอย่น หย่อนยาน เกิดจากอะไร? แก้ไขด้วยวิธีไหนได้ผลดี

คอเหี่ยว คอย่น แก้ด้วยวิธีไหนดี

หลายคนมีการบำรุงผิวหน้าเป็นอย่างดี ด้วยหลากหลายวิธี เพื่อให้ผิวหน้ามีความเต่งตึง แลดูอ่อนกว่าวัยอยู่เสมอ แต่กลับลืมนึกถึงบริเวณลำคอจนทำให้เกิดปัญหาคอเหี่ยว คอย่น ผิวหย่อนยานไม่ไปในทิศทางเดียวกับผิวหน้า จนโดนคนทักว่าหน้าตึงแต่คอเหี่ยวจนเสียความมั่นใจ วันนี้เราจึงรวมวิธียกกระชับผิวคอโดยไม่ต้องศัลยกรรมมาแนะนำ ซึ่งจะมีวิธีอะไรบ้างไปดูกันเลย

คอเหี่ยวแต่หน้าตึง

คอเหี่ยว คอย่น คืออะไร?

คอเหี่ยว คือภาวะที่ลำคอขาดความกระชับ ทำให้ผิวหนังดูหย่อนยาน มีริ้วรอย ซึ่งเกิดจากปัจจัยของกล้ามเนื้อบริเวณลำคอ (แพลทิสมา Platysma) อ่อนแอลง เนื่องจากถูกใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน บวกกับคอลลาเจนและอิลาสตินเสื่อมสลายลงและไม่มีการผลิตขึ้นมาใหม่ จึงทำให้ผิวหนังบริเวณลำคอสูญเสียความแข็งแรง และขาดความยืดหยุ่น เกิดเป็นคอเหี่ยว ผิวลำคอเหี่ยวย่น หย่อนคล้อย โดยมักจะพบได้มากในคนอายุตั้งแต่ 30-40 ปีขึ้นไป

สาเหตุของคอเหี่ยว คอย่น คอหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร?

สาเหตุของคอเหี่ยว
  • ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง
    ฮอร์โมนเกิดการเปลี่ยนแปลงอาจทำให้ลักษณะร่างกายมีการเติบโตมากขึ้นรวมถึงผิวหนังอาจเกิดการขยายได้ส่งผลให้การทำงานของกล้ามเนื้อและกระดูกเคลื่อนที่มากขึ้นจึงอาจทำให้บริเวณคอเกิดคอเหี่ยว คอย่นได้
  • คอลลาเจนและอิลาสตินลดลง
    คอลลาเจนและอีลาสตินที่อยู่ในชั้นผิว ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากในองค์ประกอบที่ช่วยให้ผิวพรรณมีสุขภาพดี เรียบเนียน สม่ำเสมอ ไร้ริ้วรอย เพิ่มความแข็งแรงยืดหยุ่น กระชับ เต่งตึง ผิวหนังได้ดี แต่หากคอลลาเจนและอีลาสตินลดลงอาจส่งผลให้ผิวหนังเกิดเหี่ยวย่นได้
  • ดื่มน้ำน้อย พักผ่อนน้อย
    การดื่มน้ำน้อยก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญของร่างกาย นอกจากนี้หากคุณมีจำนวนชั่วโมงในการนอนลดลง ก็อาจส่งผลทำให้กระบวนการซ่อมแซมของร่างกายทำงานได้ไม่เต็มที่ ส่งผลทำให้ผิวแห้งกร้านขาดความชุ่มชื่น ผิวดูหมองคล้ำ มีริ้วรอย และทำให้ร่างกายอ่อนเพียร ดูไม่สดชื่น
  • อายุมากขึ้น
    การที่ร่างกายมีอายุเพิ่มมากขึ้น จะทำให้ร่างกายมีกระบวนการผลิตคอลลาเจนได้ลดลง ส่งผลทำให้ผิวสร้างอีลาสตินและคอลลาเจนมีประสิทธิภาพที่ไม่ดีดังเดิม จึงเป็นที่มาของริ้วรอยความหย่อนคล้อยในบริเวณต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะลำคอ
  • การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
    การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้หัวใจทำงานหนัก เกิดความดันโลหิตสูง มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง อาจเป็นมะเร็งกล่องเสียงได้ในอนาคต และสารเคมีในบุหรี่ก็ส่งผลทำลายคอลลาเจนในชั้นผิว ดังนั้นจึงทำให้คนที่สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ มีผิวเหี่ยวย่นได้กว่าคนปกติ
  • การที่น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
    เมื่อน้ำหนักมีการลดลงอย่างรวดเร็วอาจทำให้ร่างกายสูญเสียไขมัน คอลลาเจน และอีลาสติน ซึ่งมีหน้าที่ให้ความยืดหยุ่นกับผิวหายไป หรือมีการยืด-หดกลับอย่างรวดเร็ว ส่งทำให้ผิวหนังเกิดความหย่อนคล้อยเหี่ยวย่นก่อนเวลาอันควร
  • ไม่ทาครีมกันแดด
    การที่ผิวหน้าและลำคอถูกแสงแดดทำร้ายโดยตรง โดยไม่มีเกราะป้องกันนั้น อาจทำให้แสง UV ลงถึงผิวชั้นลึก ทำให้มีอาการแสบร้อนที่ผิว และเป็นที่มาของริ้วรอยที่ลำคอได้
  • ก้มคอบ่อย ๆ
    การก้มหน้าเล่นมือถือ หรือทำงานเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้ชั้นผิวหนังบริเวณลำคอถูกกดทับ ซึ่งส่งผลทำให้กล้ามเนื้อบริเวณลำคอ หรือ “แพลทิสมา” (Platysma) อ่อนแอลง จนกลายเป็นสาเหตุทำให้ลำคอเกิดริ้วรอย คอเหี่ยว คอย่น หย่อนยาน ตามมานั่นเอง

ปัญหา คอเหี่ยว คอย่น คอหย่อนคล้อย เกิดขึ้นกับช่วงอายุไหนบ้าง

  • ช่วงอายุ 20 ปีขึ้นไป
    เมื่ออายุเข้า 20 ปี ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินได้น้อยลง ร่างกายมีการผลิตโปรตีนลดลง ผิวพรรณเริ่มไม่สดใสเริ่มมีเส้นริ้วรอยบาง ๆ ที่คอ
  • ช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป
    คอลลาเจนและอีลาสตินลดลงมากใต้ผิวหนังจะมีการลดลงมากขึ้น โครงสร้างชั้นผิวหนังแท้เริ่มมีปัญหาเพิ่มขึ้น การผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกได้ช้าลง ทำให้มีภาวะผิวแห้งกร้าน ชั้นไขมันเริ่มบางตัวลง ทำให้เห็นได้ว่าคอเริ่มมีริ้วรอยที่ลึกขึ้น
  • ช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป
    ในช่วงอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าโครงสร้างผิวมีความอ่อนแออย่างเห็นได้ชัด ทั้งคอลลาเจน อีลาสติน รวมถึงการกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิว ที่มีการเสื่อมสลายลงไปอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ผิวเกิดร่องลึกถึงชั้น SMAS ส่งผลให้เนื้อเยื่อเกิดพังผืดห่อหุ้มกล้ามเนื้อ จนคอดูเหี่ยวย่น หย่อนคล้อยอย่างชัดเจนมากที่สุด

ปัญหาคอเหี่ยว ส่งผลเสียหรือไม่?

ปัญหาคอเหี่ยวอาจไม่ได้ส่งผลที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพร่างกาย แต่ส่งผลโดยตรงต่อเรื่องของความอ่อนเยาว์ เมื่อมองโดยรวมแล้วดูมีอายุ ทำให้สูญเสียความมั่นใจ และอาจส่งผลต่อบุคลิกภาพ

วิธีรักษาคอเหี่ยว คอย่น คอหย่อนคล้อย ด้วยตัวเอง?

บริหารกล้ามเนื้อคอ

บริหารกล้ามเนื้อลำคอ

การออกกำลังกายยกกระชับและเสริมสร้างกล้ามเนื้อลำคอ ด้วยวิธีง่ายๆ คือเอียงศีรษะไปด้านหลัง และเงยหน้าขึ้น จากนั้นให้ยืดคอค้างไว้ 5 วินาที เปรียบเสมือนการเล่นโยคะที่จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อบริเวณคอให้แข็งแรง และลดการเกิดเส้นริ้วรอยที่ลำคอขึ้นได้

ทาครีมบำรุง

การทาครีมบำรุง

การทาครีมบำรุงหรือมอยส์เจอไรเซอร์บริเวณลำคอ จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นของผิว ทำให้ผิวสามารถกักเก็บน้ำได้ดีขึ้น โดยเฉพาะครีมบำรุงที่มีสารต้านอนุมูลอิสระด้วย เช่น วิตามินซี,วิตามินอี ซึ่งสามารถช่วยฟื้นฟูสภาพผิวที่เสียหายจากแสงแดดและมลภาวะได้

มาร์กผิวคอ

มาส์กคอกระชับผิว

การใช้แผ่นมาส์กคอ โดยเลือกสูตรที่มีส่วนผสมให้ความชุ่มชื้นและลดริ้วรอย เช่น คอลลาเจน กรดไฮยาลูโรนิก ไนอาซินาไมด์ และเปปไทด์คอมเพล็กซ์ มาส์กที่คอเป็นประจำจะช่วยให้ริ้วรอยเหี่ยวย่นที่คอแลกดูจางลง

นวดยกกระชับ

การนวดผิวบริเวณลำคอให้เต่งตึงขึ้นได้ โดยการนวดบริเวณคอ เป็นอีกวิธีที่จะช่วยให้ระบบไหลเวียนของเลือดที่คอทำงานดีขึ้น และช่วยให้กล้ามเนื้อคอที่ทำงานหนังมีความผ่อนคลาย จึงช่วยลดรอยเหี่ยวย่น หรือ รอยปล้องๆ ที่ลำคอให้จางหายไปได้

ทานอาหารที่มีวิตามินซีสูง ๆ

วิตามินซี หรือที่เรียกกันว่า กรดแอสคอบิค (Ascobic Acid) เป็นวิตามินที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ที่จะช่วยต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายได้รับจากกระบวนการสันดาปจากมลพิษต่างๆ ที่ทำร้ายให้เซลล์ในร่างกายเสื่อมสภาพ ดังนั้นการทานวิตามินซีจึงช่วยชะลอริ้วรอย และส่งผลให้มีผิวพรรณที่มีสุขภาพดีขึ้นได้

ทาครีมกันแดดบริเวณลำคอเป็นประจำ

การทาครีมกันแดดที่คอเป็นประจำ จะช่วยป้องกันไม่ให้แสงแดดทำร้ายผิวจนริ้วรอยบริเวณคอ และช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยใหม่บนผิว โดยครีมกันแดดที่แนะนำควรมีค่า SPF30 PA+++ เป็นต้นไป

ดื่มน้ำมากๆ

การดื่มน้ำมากๆ จะมีส่วนช่วยทำให้ผิวไม่แห้งกร้าน จึงเกิดริ้วรอยได้ยาก นอกจากนี้น้ำยังมีส่วนช่วยในการลำเลียงสารอาหาร และกำจัดสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกายช่วยให้อวัยวะต่างๆ ทำงานได้เป็นปกติ จึงส่งผลทำให้ผิวพรรณมีสุขภาพดี ไม่เหี่ยวย่นง่าย

พักผ่อนให้เพียงพอ

การพักผ่อนให้เพียงพอในช่วงเวลาที่เหมาะสม จะช่วยให้เซลล์ผิวต่างๆ เกิดการฟื้นฟู และซ่อมแซมตัวเอง นอกจากนี้ยังทำให้การไหลเวียนของเลือดสะดวก จึงทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารได้เต็มที่ ส่งผลทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น ดูเรียบเนียน มีน้ำมีนวล และดูอ่อนเยาว์ขึ้น

ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอยด์

การใช้ครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอยด์ จะช่วยให้เซลล์ผิวเก่าหลุดออกไปได้อย่างรวดเร็ว ลดการอุดตันที่รูขุมขน และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวหนังแท้ จึงทำให้ริ้วรอยบริเวณลำคอดูจางลง

วิธีการรักษาคอเหี่ยว คอย่น แบบเร่งด่วน โดยไม่ต้องผ่าตัด

การยกกระชับคอแบบเร่งด่วนแบบไม่ต้องผ่าตัด

ในปัจจุบันมีเทคโนโลยี และนวัตกรรมยกกระชับผิวที่ให้ผลลัพธ์แบบเร่งด่วนมีมากมายหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีจะมีระยะการเห็นผลที่แตกต่างกันดังนี้

การฉีดโบท็อกคอ

การนำสาร Botulinum Toxin A ที่สกัดมาจากแบคทีเรียคลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium Botulinum) มาฉีดตรงบริเวณคอ เพื่อลดการดึงของกล้ามเนื้อคอทำให้ผิวหนังเกิดความกระชับมากขึ้น ริ้วรอยดูจางลง นอกจากนี้การฉีด Botox บริเวณบ่า ไหล่ ยังช่วยลดบรรเทาอาการปวดตึงจาก Office Syndrome ได้เป็นอย่างดี ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-12 เดือน ระยะการเห็นผล กล้ามเนื้อจะคลายตัวปวดน้อยลง และจะเห็นผล ในช่วง 7-14 วัน จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น

การฉีดเมโสแฟตคอ

ในกรณีที่คอมีความหย่อนยานจากการสะสมของไขมันส่วนเกิน การฉีดเมโสแฟตที่มีสารสกัดมาจาก Artichoke extract (Cynara scolymus) ,Mesostabyl (Polyunsaturated phosphatidylcholine),L-carnitine จะช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์ coenzyme ในกระบวนการ anabolism เพื่อลดเนื้อเยื่อไขมัน และกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ lipase, ลดการสร้าง triglyceride ยับยั้งการสร้าง cholessterol ในเนื้อเยื่อ จึงทำให้คอเหี่ยวน้อยลงผลลัพธ์อยู่ได้นาน 3-6 เดือน ระยะการเห็นผล หลังการฉีดจะเริ่มยุบลงภายใน 5-7 วัน และหลังจากนั้นประมาณ 2-3 สัปดาห์ จึงจะเห็นผลลัพธ์อย่างเต็มที่

ฟิลเลอร์ Filler

ในบางครั้งริ้วรอยที่คออาจเกิดมาจากการยุบตัว หรือการเสื่อมสภาพของกล้ามเนื้อและผิวหนัง ดังนั้นการฉีดสารเติมเต็มอย่าง ฟิลเลอร์ ซึ่งเป็นสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid จึงสามารถช่วยลด และแก้ไขปัญหาคอเหี่ยวผิว ริ้วรอยร่องลึก ให้กลับมาดูเต่งตึง ริ้วรอยดูจางลง ผิวคอดูอ่อนเยาว์กระชับขึ้น ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-18 เดือน
ระยะการเห็นผล เห็นผลภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังจากฉีด และ ประมาณ 4-5 วันฟิลเลอร์จะเริ่มเข้าที่ พร้อมเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนภายใน 2-3 สัปดาห์

ไฮฟู่ Hifu

Hifu ย่อมาจาก high lntensity focs ultrasound คือการนำคลื่น ultrasound ซึ่งเป็นคลื่นที่ปลอดภัย ใช้ในการยกกระชับ โดยพลังงานของ Hifu จะสามารถยิงเจาะลงไปได้ลึกถึงโครงสร้าง เนื้อเยื่อชั้นในโครงสร้าง(smas) เพื่อกระตุ้นให้เนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวเกิดการหดตัว จึงทำให้ริ้วรอยที่คอจางลง รอยเหี่ยวย่นกระชับขึ้น ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 5-6 เดือน ระยะการเห็นผล เห็นผลทันที 10-20% และเห็นผลเต็มที่ภายใน 1-2 เดือน

อัลเทอร่า Ulthera

Ulthera (อัลเทอร่า) หรือ Ultherapy คือ เทคโนโลยียกกระชับแบบ Original มีหลักการทำงานโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) จึงสามารถยิงลงไปในใต้ชั้นลึก (smas) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า โดยการยิงในแต่ละครั้ง จะเกิดอุณหภูมิความร้อนอยู่ที่ 60-70°C ด้วยจุดพลังงานขนาด 1 mm. ในลักษณะคล้ายจุดไข่ปลาเล็ก ๆ จึงทำให้ผิวที่หย่อนคล้อย มีริ้วรอย ยกกระชับขึ้น ได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
ระยะการเห็นผล ครั้งแรกจะสามารถสัมผัสกับผลลัพธ์ได้ทันทีประมาณ 30% และจะค่อย ๆ เห็นผลขึ้นเรื่อย ๆ ประมาณ 3 เดือน

อ่านบทความเพิ่มเติม : รู้ก่อนทำ Ulthera คืออะไร? ช่วยยกกระชับ แก้ปัญหาผิวแบบไหนได้บ้าง?

เทอร์มาจ Thermage

Thermage เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วยยกกระชับผิว และกระตุ้นคอลลาเจนให้กับผิว โดยการปล่อยคลื่นวิทยุความถี่สูงชนิดขั้วเดียว (Monopolar RF) เข้าสู่ชั้นผิว โดยจะยิงพลังงานออกมาจะเป็นก้อนใหญ่ ๆ ที่มีอุณหภูมิประมาณ 40-50°C ลงลึกไปสู่ชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เพื่อกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินที่หย่อนคล้อย เกิดการหดตัวและเรียงตัวใหม่ จึงทำให้ลำคอดูกระชับ เรียบเนียนขึ้นได้ทันที หากทำต่อเนื่องผลลัพธ์อาจอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี ระยะการเห็นผล สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำ ผิวจะกระชับ ริ้วรอยลดเลือนลง ผิวเรียบเนียนขึ้น และจะค่อยๆ เห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายในระยะเวลา 3-6 เดือน

อ่านบทความเพิ่มเติม : รู้ก่อนทำ Thermage คืออะไร? ช่วยกระชับผิวหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดได้จริงไหม?

การป้องกันปัญหาคอเหี่ยว คอย่น คอหย่อนคล้อย

การป้องกันปัญหาคอเหี่ยว คอย่น คอหย่อนคล้อย

  1. เลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดที่รุนแรง เพราะอาจทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น นอกจากนี้แสงแดดยังเป็นตัวการที่ทำร้ายผิว
  2. เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วยการทามอยเจอไรเซอร์หรือครีมทาผิวเป็นประจำ
  3. หมั่นสครับผิวทุกสัปดาห์เพื่อให้เซลล์ผิวเก่าได้มีการผลัดตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมเร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิม
  4. ทาครีมกันแดดบริเวณลำคอเป็นประจำเพราะรังสี UV จากแสงแดด เป็นตัวการทำลายคอลลาเจนในชั้นผิว ซึ่งอาจทำให้เกิดเป็นริ้วรอยเหี่ยวย่นเป็นเส้น ๆ ตรงบริเวณลำคอได้
  5. การทานวิตามินซีเพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ทำให้ผิวยืดหยุ่น ไม่หย่อนคล้อยทำให้ผิวเปล่งปลั่ง ดูสุขภาพดี
  6. ควรทาเซรั่มเนื้อเข้มข้น เพื่อช่วยบำรุงผิวบริเวณลำคอให้กระชับ เต่งตึง เรียบเนียน ช่วยให้ริ้วรอยแลดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ

เลือกกระชับแก้คอเหี่ยว คอย่น คอหย่อนคล้อยยกที่ไหนดี?

  • เลือกคลินิก ที่ให้ความปลอดภัย ได้มาตรฐานตามหลักสากล ดูน่าเชื่อถือได้
  • เลือกคลินิกที่ผ่านการรับรอง และมีแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีความชำนาญ
  • เลือกคลินิกที่ใช้เครื่องเลเซอร์ หรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นตัวยาแท้ และสามารถตรวจสอบได้เท่านั้น
  • เลือกคลินิกที่มีการรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ในแหล่งที่เป็นกลาง เช่น Facebook Line Instagram ติ๊กต๊อก หรือรีวิวในแหล่งที่คลินิกไม่สามารถลบได้
  • เลือกคลินิกที่มีหัตถการที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีมากที่สุด
  • เลือกคลินิกที่มีหลายสาขา สามารถเดินทางได้สะดวก มีที่จอดรถรองรับ หรือตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าเพื่อให้สามารถทำกิจกรรมอย่างอื่นร่วมได้

สรุป

ปัจจุบันการลดเลือนริ้วรอยที่คอ สามารถยกกระชับด้วยหัตถการทางการแพทย์ได้อย่างหลากหลาย โดยแต่ละหัตถการจะมีขั้นตอนและกระบวนการทำงานที่แตกต่างกัน มีระยะเวลาการเห็นผล และระยะเวลาของผลลัพธ์ที่ต่างกัน ดังนั้นเพื่อให้เป็นการแก้ไขปัญหาคอเหี่ยวได้อย่างถูกต้อง ก่อนเข้ารับบริการจึงควรได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

แหล่งอ้างอิง:

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง